001-ฉันตายไปพร้อมกับเพลง “ไม่เปลี่ยนเลย (Best Luck)” แล้วตื่นขึ้นมาในปี 2543

ฉันไม่คิดว่าชีวิตตัวเองจะจบลงด้วยการฟังเพลงที่พูดถึงเรื่องที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ ฉันเพิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ที่ยาวนานและดูดกลืนจิตวิญญาณไปจนหมด เหมือนสัปดาห์ที่คุณใช้เวลาห้าวันสงสัยในชีวิตตัวเอง แล้วอีกสองวันแสร้งทำเป็นว่าคุณไม่ต้องกลับไปทำมันอีก ฉันนอนแผ่บนโซฟา จ้องมองเพดาน ขณะที่เพลง “ไม่เปลี่ยนเลย (Best Luck)” ของ fellow fellow กำลังเล่นคลออยู่เบา ๆ ในพื้นหลัง

Sponsored Ads

🎶 “ฉันคือคนเดียวบนโลกรึเปล่า ที่ไม่ขอพรดาวบนฟ้า เพราะไม่เหลือเรื่องให้ปรารถนา” 🎶

ช่างประชดประชันอะไรเช่นนี้ ดูเหมือนจักรวาลจะเล่นมุกนี้แบบจัดเต็ม

เมื่อครู่ฉันยังพยักหน้าไปตามจังหวะเพลง จิบกาแฟเย็นจากแก้วที่ควรล้างตั้งแต่สองวันก่อน แต่พริบตาถัดมา—

เจ็บแปลบที่หน้าอก
สายตาพร่ามัว
แล้วก็—

ว่างเปล่า

ไม่มีภาพชีวิตย้อนกลับ ไม่มีคณะนักร้องประสานเสียงจากสวรรค์ มีเพียงฉากที่ตัดไปสู่ความมืดแบบฉับพลัน ราวกับเป็นละครน้ำเน่าที่ตัดต่อไม่ดีมากกว่าการอำลาชีวิตอย่างสง่างาม

และจากนั้น—

Sponsored Ads

———————

ตื่นขึ้นมาในไทม์ไลน์ที่ผิด (แถมเศรษฐกิจก็ผิดไปหมด)

ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าถูก ๆ ควันบุหรี่ และความสิ้นหวังลอยอวลในอากาศ

หัวของฉันปวดราวกับมีใครเอามันไปตีกลอง มือแห้งจนเหมือนเดินฝ่าทะเลทรายซาฮาร่า และทั้งร่างกายก็ปวดเมื่อยแบบที่บอกเป็นนัยว่า นี่คือผลจากการใช้ชีวิตผิดพลาด ไม่ใช่บทลงโทษจากสวรรค์

ฉันครางเบา ๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วพบความจริงสำคัญสามข้อ—

  1. ฉันอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย
  2. มีแมวสีคาราเมลและครีมเหมือนกับกาแฟใส่นมเยอะ ๆ ตัวอ้วน ๆ ตัวหนึ่งนั่งทับอยู่บนอก มันจ้องฉันราวกับฉันติดเงินมันอยู่
  3. ปฏิทินบนผนังเขียนว่า พฤษภาคม ปี 2543 —แต่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

และนั่นคือตอนที่ฉันเห็น ธงชาติอเมริกา ห้อยอยู่นอกหน้าต่าง

ฉันเซไปที่หน้าต่าง กระชากผ้าม่านออก แล้วจ้องมอง เส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ที่ไม่ควรมีอยู่จริง ป้ายโฆษณาไฟนีออนสว่างไสวเป็นภาษาอังกฤษสลับกับไทยที่แปลออกมาแบบแปลก ๆ

“McDonald’s: รสชาติที่แท้จริงของกรุงเทพฯ!”
“เริ่มติว SAT ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ! เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกคุณ!”
“คุณเป็นผู้รักชาติที่แท้จริงหรือไม่? ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตนวันนี้!”

และเหนือขึ้นไป บนยอดตึกสูงเสียดฟ้า จออิเล็กทรอนิกส์ขนาดมหึมาสว่างวาบด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่—

“ถนนประธานาธิบดีเรแกน: รำลึกถึงการจับมือที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์!”

โอ้… ไม่…

Sponsored Ads

———————

ยินดีต้อนรับสู่ไทยแลนด์ รัฐที่ 51

ตอนแรก ฉันคิดว่าตัวเองอาจจะหลอนอยู่ บางทีนี่อาจเป็นฝันเพ้อจากการตาย? อาการเมาค้างหนัก? หรือแค่โดนแกล้งแบบซับซ้อนเกินไป?

แต่พอฉันเดินเซออกไปบนถนน ความจริงก็ซัดเข้าหน้าหนักพอ ๆ กับอากาศร้อนอบอ้าวของกรุงเทพฯ

นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ของฉัน มันยังคงเป็นกรุงเทพฯ อยู่—ถนนสุขุมวิทก็ยังเป็นสุขุมวิท—แต่มีบางอย่าง… เปลี่ยนไป เหมือนมีใครเอาเมืองของฉันไปใส่ในเครื่องกรองวัฒนธรรมอเมริกัน

แท็กซี่ยังเป็นสีชมพูและเหลือง แต่มีโฆษณาโค้กแปะเต็มไปหมด ป้ายถนนเป็นสองภาษา ฉันเดินผ่าน 7-Twelve—แต่แทนที่จะเป็นร้านสะดวกซื้อเล็ก ๆ คับแคบ มันกลับดูเหมือนห้างสรรพสินค้าเต็มรูปแบบพร้อมร้าน Starbean Coffee ติดอยู่ข้าง ๆ

ฉันเดินผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่ง เด็ก ๆ ในชุดนักเรียนเรียบร้อยกำลังยืนตรง มือวางบนหน้าอก กล่าวคำปฏิญาณตน—แต่แทนที่จะเป็นธงดาวแถบ ธงชาติไทยกลับถูกผสานเข้ากับธงอเมริกันอย่างประหลาด

แล้วฉันก็รู้สึกเย็นวาบ ฉันไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

ฉันอยู่ใน “ไทยแลนด์ ที่เป็นเหมือนรัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา”

ที่ไหนสักแห่งในหน้าประวัติศาสตร์ เส้นทางของโลกคงพลิกไปผิดทางแบบสุดขั้ว

Sponsored Ads

———————

แมวที่ชื่อว่า… เดี๋ยวนะ นายชื่ออะไรอีกที?

“เหมียว”

ฉันก้มลงมองใบหน้ากลม ๆ ไร้อารมณ์ของแมวอ้วนสีเหมือนกาแฟใส่นมเยอะ ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันเดินตามฉันออกมาข้างนอกตั้งแต่เมื่อไหร่

“นายพอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” ฉันถามมัน

มันกะพริบตาช้า ๆ ราวกับจะบอกว่า คิดเองสิ ไอ้โง่

ฉันถอนหายใจ แล้วยื่นมือไปล้วงกระเป๋า หาสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์ในสถานการณ์นี้

✔ เงินสด 20 บาท (แทบจะซื้อได้แค่มาม่าซองเดียว)
✔ บัตร BTS ใช้ไปครึ่งหนึ่ง (ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ถ้าคุณไม่รู้จะไปไหน)
✔ ใบเสร็จขยำ ๆ จากบาร์ที่ฉันจำไม่ได้ว่าเคยไป

ไม่นาน โทรศัพท์ในกระเป๋าของฉันก็ดังขึ้น

ฉันมีโทรศัพท์ด้วยเหรอ? ฉันหยิบมันออกมาแล้วจ้องหน้าจอ Nokia รุ่นโบราณ ที่ดูเหมือนมันไม่ควรจะยังใช้งานได้อยู่ในยุคนี้

หมายเลขไม่รู้จัก

ฉันลังเลก่อนกดรับ “ฮัลโหล?”

“ธนากร ไอ้เวรตะไล!” เสียงตะโกนลั่นมาแต่ไกล “เงินกูอยู่ไหน!?”

อ่า… ยอดเยี่ยมไปเลย ฉันไม่เพียงแค่ติดอยู่ในจักรวาลคู่ขนาน—แต่ยัง เป็นหนี้ ด้วย

ฉันลากตัวเองกลับไปยังห้องเช่ากระจิ๋วหลิวที่ดูเหมือนจะเป็นที่อยู่ของฉัน แมวอ้วนเดินตามมาราวกับมันคือเจ้านายของที่นี่

Sponsored Ads

แมวอ้วนหาววอดใหญ่ ราวกับเรื่องทั้งหมดนี้มันไร้สาระสิ้นดี จากนั้นมันก็หันไปสนใจ ถ้วยอาหารพลาสติก ที่วางอยู่ใกล้ประตูห้อง

บนขอบถ้วยมีตัวหนังสือจาง ๆ ที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกว่า—

“ลาเต้”

ฉันหรี่ตา “นายชื่อ… ลาเต้?”

แมวสะบัดหางแล้วนั่งลง รออาหาร

“งั้นนายก็มีชื่อสินะ ฉันนึกว่าจะต้องเรียกนายว่า ไอ้อ้วน หรืออะไรทำนองนั้นซะแล้ว”

ลาเต้จ้องฉันเขม็ง

ฉันพ่นลมหายใจยาว “อย่างน้อยก็ดีที่มีใครสักคนที่เป็นเจ้าของที่นี่”

ลาเต้ดูเหมือนจะได้จังหวะถากถาง ขยับยืดตัวอย่างหรูหรา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกลิ้งสบายใจเฉิบ

มันไม่มีงาน ไม่มีหนี้ ไม่มีความรับผิดชอบ

ฉันน่ะเหรอ? จากความทรงจำก่อนตาย ฉันอายุ 45 ปี แต่ตอนนี้ฉันกลับมาเป็นตัวเองในวัย 25 ปี ในปี 2543 —ยกเว้นว่า ในเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ ประเทศไทยแพ้สงครามโลกครั้งที่สองและถูกสหรัฐฯ ผนวกรวมไปเต็มตัว และถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ฉัน
✔ ถังแตก
✔ เป็นหนี้
✔ ไม่มีงานทำ
✔ มีแมวที่ไม่สนใจว่าฉันจะรอดตายยังไง

ฉันทรุดตัวลงบนฟูกแข็ง ๆ ของตัวเองแล้วพ่นลมหายใจยาว ๆ ฉันกำลังจะได้สัมผัส ความสุขของค่าแรงขั้นต่ำ เป็นครั้งแรกในชีวิต ยินดีต้อนรับสู่จุดต่ำสุดของชีวิตสินะ…

โอเค ไม่ต้องตื่นตระหนก… ยังไม่ต้องตอนนี้

ขั้นแรก: หาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ขั้นสอง: เช็กว่าความรู้จากโลกก่อนของฉันมีประโยชน์บ้างไหม
ขั้นสาม: อย่าตายอีกครั้ง

ลาเต้กระโดดขึ้นมานั่งบนตักฉัน ก่อนจะขดตัวแล้วเริ่มส่งเสียงครางหงุงหงิง

อย่างน้อยก็ยังมีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้แย่ไปหมด

Sponsored Ads

ไม่เปลี่ยนเลย (Best Luck)
fellow fellow