003-กรณ์, พนักงานกะดึก (และทำไมลูกค้าตอนตีสามถึงเป็นสายพันธุ์แห่งความวุ่นวายที่แตกต่าง)

คืนแรกของฉันที่ 7-Twelve เริ่มต้นด้วยผู้จัดการร้าน—ชายวัยสามสิบปลาย ๆ สภาพเหมือนเพิ่งตื่นนอน ใส่เสื้อโปโลเปื้อนคราบกาแฟ—ยื่นป้ายชื่อให้ฉัน

Sponsored Ads

“ธนากร – ผู้เชี่ยวชาญด้านร้านสะดวกซื้อที่เป็นมิตรของคุณ!”

ฉันจ้องมันอยู่พักหนึ่ง “…ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอะไร? ขนมราคาแพงเกินเหรอ?”

เขากรอกตาแล้วพึมพำ “แค่ดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครขโมยเครื่องทำสเลอปี้ก็พอ”

จบแค่นั้น ไม่มีการอบรม ไม่มีคู่มือพนักงาน มีแต่ สัญชาตญาณและความเพิกเฉยขององค์กร

ยินดีต้อนรับสู่ระบบทุนนิยม

———————

คู่มือกะดึก: เจออะไรบ้างตอนตีสาม

สี่ทุ่ม ลูกค้าปกติเริ่มทยอยเข้ามา:

✔ นิสิตมหาวิทยาลัยสายบ้าตาย – ซื้อกระทิงดองห้ากระป๋อง กับขนมกุ้งถุงใหญ่ คงมีสอบพรุ่งนี้… และก็คงรอดไม่ถึงสอบ

✔ ลุงนักสืบสมัครเล่น – ยืนจ้องตู้ ATM นานเจ็ดนาที พยักหน้าเหมือนกำลังไขคดีใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่กดเงินสักบาท

✔ สาวปริศนาใส่แว่นดำ – เดินเข้ามา ซื้อกล้วยลูกเดียว แล้วเดินออกไป ฉันมีคำถามมากมาย แต่พลังงานไม่พอจะถาม

แล้วพอเข้าตีสอง ตัวประหลาดของจริงก็มา

ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในชุดคาวบอยเต็มยศ หมวก บูท แม้กระทั่งตรานายอำเภอพลาสติก

เขาวางหมากฝรั่งหนึ่งซองลงบนเคาน์เตอร์ แล้วพูดด้วยสำเนียงแปลก ๆ ว่า “พวกเอ็งมีเบียร์อเมริกันขายไหม?”

ฉันกะพริบตาปริบ ๆ “…คุณครับ นี่มัน 7-Twelve”

เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง “งั้นขอเป็นโค้กก็ได้”

หลังจากนั้น ไม่นาน คุณป้าถือชิวาว่าในกระเป๋าแบรนด์เนมก็เดินเข้ามา ถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจังสุดชีวิตว่า “ทำไมสาขานี้ไม่มีนมอัลมอนด์ออร์แกนิกขาย?”

ป้า… ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าทำไมฉันต้องมาอยู่ที่นี่

Sponsored Ads

———————

ลาเต้… เจ้าแห่งอพาร์ตเมนต์ตัวจริง

พอเลิกงานตอนหกโมงเช้า ฉันลากสังขารกลับมาถึงห้อง หมดแรงแต่รอดชีวิต

ฉันผ่านค่ำคืนแห่ง ความบ้าคลั่งของมนุษย์ มาได้ แต่สิ่งที่รอฉันอยู่ที่บ้านคือ แมวสีกาแฟใส่นมตัวอ้วน ๆ ที่นั่งแผ่บนหมอนอย่างภาคภูมิใจ

“ลาเต้…” ฉันครางเสียงแผ่ว ก่อนโยนกระเป๋าลงพื้น “หลบไป”

แมวขยับตัวยืดเส้นยืดสาย สะบัดหางเบา ๆ ราวกับจะบอกว่า นี่มันที่ของฉัน

“นี่มันเตียงฉันนะ”

ลาเต้กระพริบตาช้า ๆ แกหมายถึงเตียงที่เคยเป็นของแกน่ะเหรอ? แกทิ้งมันไปแลกกับค่าแรงขั้นต่ำ แล้วฉันก็เลยเข้าครอบครองแทน

จากนั้นมันก็หาวยาว ก่อนจะขดตัวเป็นก้อนกลม ๆ เต็มไปด้วยความไม่แยแสต่อชะตากรรมของฉัน

เออ ช่างเถอะ ฉันทิ้งตัวลงนอนกับพื้นข้าง ๆ อย่างหมดอาลัย อย่างน้อยกระเบื้องก็เย็นดี

Sponsored Ads

———————

คลื่นวิทยุ กับความทะเยอทะยานโดยบังเอิญ

เย็นนั้น หลังจากงีบไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ฉันลุกขึ้นมานั่งเปิดวิทยุฟัง ลาเต้ก็นอนแผ่บนตักฉันอย่างราชาที่ถูกปรนนิบัติ

เสียงดีเจทุ้มนุ่มดังขึ้น “คุณกำลังฟังรายการ Good Time, Bangkok กับช่วงเวลาที่ความฝันดูใกล้ขึ้นอีกนิด”

ฉันฟังผ่าน ๆ พลางขยี้ตาไล่ความง่วง จนกระทั่งมีบางอย่างดึงดูดความสนใจฉัน

“และต่อไป… การประกวดแต่งเพลงต่อต้านยาเสพติด!”

ฉันชะงักไป

ดีเจพูดต่อ “เพื่อเฉลิมฉลองวันต่อต้านยาเสพติดโลก เราขอเชิญนักแต่งเพลงทั่วประเทศร่วมประกวดเพลง ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล และเพลงของพวกเขาจะถูกเปิด ออกอากาศ!”

ฉันหันไปหาลาเต้ “ได้ยินไหม?”

ลาเต้ ไม่ประทับใจเท่าไหร่ เลียอุ้งเท้าตัวเองอย่างเมินเฉย

“ไม่ ลองคิดดูดี ๆ นี่มัน การประกวดแต่งเพลง นะ”

เงินรางวัล เงินจริง อาจจะพอจ่ายหนี้บางส่วนได้ด้วยซ้ำ

ฉันเหลือบมองไปที่คีย์บอร์ดไฟฟ้าเก่า ๆ ที่วางอยู่ตรงมุมห้อง การประกวดแต่งเพลงงั้นเหรอ…? บางที—บางที—มันอาจจะคุ้มที่จะลองดูสักตั้ง

ลาเต้ถอนหายใจยาว ก่อนจะขดตัวหลับไปอย่างไม่สนใจอะไรเลย

เออ… ฉันอาจจะต้องเสียใจภายหลัง แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย

Sponsored Ads