You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index

    ไม่ใช่ว่าพวกเขาร้องไม่ดี แต่พวกเขาไม่ฟังกันเลย

    บอลเคาะขาไมค์เหมือนอยากใช้จังหวะฆ่าใครสักคน เอกถอดหูฟังออกเป็นรอบที่สาม แดงนั่งขัดสมาธิกับพื้น เอาปิ๊กกีตาร์เขียนอะไรบางอย่างลงบนฝุ่น ฝ้ายยืนคนเดียว กอดอก ปากพร้อมจะเตรียมทำสงคราม

    Sponsored Ads

    มึงประสานเหมือนจะไปแย่งเวิร์สมากกว่าซัพพอร์ตนะเอก” ฝ้ายบ่นเสียงต่ำ พลิกกระดาษเนื้อเพลงเหมือนมันไปทำอะไรให้เธอโกรธ

    “นี่ไม่ใช่แจ๊สโฟร์มูล่าห์นะมึง จะได้อยากหลุดคีย์ทุกสองห้อง”

    เอกทำหน้าประมาณคนเพิ่งซดสไปรท์อุ่น ๆ

    ก็ฝ้ายขึ้นไลน์เหมือนจะลากไปเป็นท่อนโซโล่ มันเลยหลุดดิ!”

    บอลโพล่งขึ้นมา หมุนปากกาบนมือเหมือนถือใบอนุญาตอัดเสียง

    พอเลย ๆ มึงสองคนแม่งจะกลายเป็นเวอร์ชันมิวสิคัลของศึกชิงปราสาทแล้ว!”

    วิศวกรเสียงกระแอมจากห้องคอนโทรลดังพอจะให้ทุกคนได้ยิน

    ฝ้ายยังไม่หันกลับไป

    แล้วพี่ก็ไม่ต้องบูสต์ย่านกลางให้กูเหมือนมิกซ์ให้โฆษณาน้ำยาซักผ้า” เธอเติม

    ร้องดิบ ๆ ไม่ได้แปลว่าเสียงแบนค่ะพี่”

    ต้นยังไม่พูด

    ยัง

    เขายืนกอดอกหลังกระจกคอนโทรล สายตาข้างหนึ่งมองเครื่องเล่น CD เหมือนกลัวว่ามันจะประกาศสงคราม เขาอัดเสียงตัวเองไว้เมื่อคืน คลีนดี เทคชัด ไม่มีอะไรต้องเสียใจ “ดึงดัน” ถูกออกแบบให้ร้องคู่ เสียงเขากับฝ้าย ผลัก–ดึงเหมือนความจริงที่ไม่มีใครยอมถอย

    แต่ในมิกซ์ตอนนี้ เสียงเขากลายเป็นเหมือนคนที่เดินเข้าไปในห้องทะเลาะกันแล้วลืมบท ไลน์ประสานไม่ซ้อน มันเฉไปคนละทาง

    เขากดไมค์จากห้องควบคุม

    อีกทีครับ ตั้งแต่ฮุค… ฝ้ายนำ บอลกับเอกลงสายสอง แดงเบาไว้หน่อย”

    เทครันอีกครั้ง

    คอร์ดออกมาเหมือนคำสารภาพที่มาเร็วไปช้าไป

    แดงเงยหน้าขึ้น เสียงเรียบแต่แหลม

    เพลงนี้มันดึงดันข้างใน… มันไม่ใช่ดึงกันข้างนอกปะพี่”

    ต้นถอนหายใจ ไม่ใช่เพราะโกรธ

    แต่ใกล้แล้ว

    เขาเปิดลิ้นชัก หยิบกล่อง CD แผ่นบางออกมา

    ไม่มีปก มีแค่คำขีดด้วยปากกาเมจิกสีฟ้า K – ver 0.8

    เดโมจากกรณ์ — มิกซ์หยาบ ไฟล์ .wav ที่เผาแล้วส่งเมลมาหลายสัปดาห์ก่อน มีแค่คอร์ด เสียงฮัม ไม่มีอะไรขัดเกลา แต่ได้ยินในสิ่งที่ห้องอัดวันนี้ฟังไม่ออก

    เขาไม่ใช่นักร้องแล้ว แต่แม่งฟังเหมือนโปรดิวเซอร์

    ต้นยื่นแผ่นให้บอล

    โทรหามันให้หน่อย”

    บอลกระพริบตา “ให้กรณ์มาอัดแทนเหรอ?”

    ต้นส่ายหน้า

    ไม่ต้องร้อง แค่นั่งอยู่ในห้อง แล้วบอกกูว่าตอนไหนที่เสียงมันไม่ฟังกันพอ”

    ที่ด้านนอกห้องสายไฟยังฮัมประสานของมันไปเรื่อย แต่ในห้องนี้ มีนักดนตรีห้าคน กับเสียงที่ไม่มีใครฟังกันเลย

    Sponsored Ads

    ———————
    สำรวจตึก กับแมว และความเงียบ

    กุญแจหมุนแบบไม่เต็มใจ

    ฉันต้องไขประตูหน้าสามรอบถึงจะเข้าได้ แล้วต้องยืนเกลี้ยกล่อมอีกนาทีเต็ม ไม่ใช่เพราะฉัน “คู่ควร” แต่เพราะจ่ายเงินมาแล้วต่างหาก

    ลาเต้สงสัยในปฏิบัติการทั้งหมดตั้งแต่เราลงรถเมล์ ได้ยินเสียงเขาขยับในกระเป๋าแคปซูล แบบที่มีช่องหน้าต่างขุ่น ๆ ทำให้แมวดูเหมือนนักโทษข้ามดวงดาว

    เดี๋ยวพาออกไปดูรอบ ๆ นะ” ฉันพูด พลางรูดซิปเปิด

    เขาก้าวออกมาแบบเจ้าของตึกที่มาเช็กห้องเช่าที่ตัวเองไม่มีวันอยู่

    กลิ่นในนี้คือฝุ่น คำสัญญา และจิ้งจกตายที่ยังหาไม่เจอ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีไฟติด มีแค่สายไฟห้อยอยู่เส้นเดียว กับเทปกาวครึ่งม้วนที่แปะอยู่ผนังหลังสุด เหมือนเคยมีใครจะเริ่มอะไรซักอย่าง… แล้วเปลี่ยนใจ

    ลาเต้เดินตรงไปบันได ดมหารอยร้าวที่ผนัง แล้วทำหน้าประมาณตอนเห็นแฟ้มรวมเพลงของฉัน

    ฉันเปิดหน้าต่างหนึ่งบาน แต่ไม่ได้ช่วยอะไร อากาศในนี้อยู่มานานกว่าตึกจะได้ใบอนุญาตซะอีก ทุกก้าวเดินสะท้อนกลับมาเหมือนอยากออกเทป

    แล้วมือถือก็ดังขึ้น

    ไม่ใช่ริงโทนหรูอะไร แค่เสียงสั่น ๆ แบบโนเกียที่ทำให้คนยุคต้น 2000s รู้สึกเหมือนกระเป๋ากางเกงโดนผีหลอก

    ว่าไงพี่”

    เสียงพี่ต้นแหบกว่าปกติ

    กูโทรผิดปะเนี่ย”

    ไม่รู้ครับพี่ ขึ้นอยู่กับพี่จะเล่าอะไร”

    เขาฮึ่ม แล้วหยุดไปนิดนึง

    อัดไปอีกรอบเมื่อกี้ฝ้ายก็ไม่หลุด บอลไม่หลุด เอกก็ไม่มึนแต่แม่งไม่รวมกันเลย”

    เขาถอนหายใจช้า ๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวกลางประโยค

    กูว่าเพลงแม่งเหมือนคนมีคดีส่วนตัว แล้วโดนจับมายืนซ้อมรวมกันอะ ทุกคนแม่งเหมือนโดนสั่งให้ดึง แต่ไม่มีใครบอกว่าต้องดึงไปทางเดียวกัน”

    ฉันนึกภาพออก ฝ้ายยืนแข็ง บอลเหงื่อแตก เอกเพ่งเหมือนคอร์ดติดหนี้เขา

    บอลก็ยังตีกลองในหัวตัวเองอยู่ กูว่ามันยังไม่พอใจจังหวะตัวเองอะ ทั้งที่ไม่มีใครได้ยินผิดเลยนะเว้ย มันแค่มันแค่ไม่เชื่อกัน”

    ฉันเดินหลบคานที่มีคนเคยทาสีไว้ครึ่งเดียวแล้วล้มเลิก

    ฟังแล้วมันไม่เชื่อกันใช่ไหมพี่” ฉันถาม “ทุกคนพยายามทำเต็มที่แต่เหมือนแม่งไม่ฟังใครเลย”

    พี่ต้นไม่เถียง เขาแค่ถอนหายใจอีกที

    แดงว่าเราควรกลับไปไลน์เดิม กูก็ไม่แน่ใจแล้วว่าปัญหามันคือเพลง หรือคนร้องมันฟังกันไม่พอ”

    ลาเต้เดินบนพื้นปูนเปลือย แล้วกระโดดขึ้นกองแคตตาล็อกเก่าที่กองอยู่ เล่มบนสุดลื่นลง เขาไม่สน เขามองหน้าฉัน แล้วมองโทรศัพท์ แล้วหาวใส่แบบคนที่เบื่อดราม่า

    ผมจะไปฟังครับ ฉันพูด

    มึงแน่ใจ?”

    แค่ไปฟัง ยังไม่แตะอะไร”

    ฉันเว้นวรรค

    อยากรู้ว่าเพลงมันดื้อ หรือเสียงมันแค่ไม่อยากอยู่ด้วยกัน”

    พี่ต้นไม่ตอบคำถามนั้น แค่บอกว่า “เจอกันพรุ่งนี้” แล้ววางสาย

    ฉันมองไปรอบห้องอีกครั้ง ยังไม่มีเสียงสะท้อนที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ มีแต่พื้นที่โล่ง ๆ ที่แกล้งทำเป็น ‘ศักยภาพ’

    ลาเต้ไปนั่งใต้หน้าต่าง ตาปรือ เหมือนเขารู้ตอนจบของเรื่องนี้อยู่แล้ว

    Sponsored Ads

    ———————
    ขอ”

    บางอย่างไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ เหมือนนาฬิกาดิจิทัลเรือนเก่าที่ซิงค์กับอะไรไม่ได้แล้ว เหมือนคำว่า “เบราว์เซอร์” ที่ฟังออกเสียงแล้วรู้สึกผิดกฎหมาย

    เหมือนบทกวีนี้

    ฉันไม่ได้เขียนมันที่นี่ ไม่ใช่ใน RB51 ฉันจำมันมาจากโลกที่ความรักจบลงในกล่องข้อความ ไม่ใช่ลายมือ แต่ยังไงก็ยังจำมันได้ทุกคำ

    มันผุดขึ้นมาตอนฉันพับเสื้อ ไม่ใช่แบบคลื่นกระแทก แต่แบบรอยช้ำที่ขึ้นช้า ๆ

    เมย์ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ เธอออกไปก่อนที่ฉันจะมาถึงด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าให้พูดตามจริง มันก็ไม่ใช่ความเจ็บของฉันด้วยซ้ำ แต่มือของฉันยังพับเสื้อที่เธอไม่เคยแตะต้องเลย

    ฉันวางเสื้อลง เปิด Toshiba สิ่งเดียวในห้องที่ยังมีใบรับประกัน ซื้อด้วยค่าลิขสิทธิ์ของนีน่า ใช้พลังงานจากความทรงจำที่ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นของใคร

    โมเด็มเริ่มพิธีกรรมประจำตัว เสียงดังกว่าความเศร้า นานกว่าการให้อภัย

    กริ๊ก กริก… ตี้ด ตี้ด… ตี้ด-ตี้ดดดด-กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

    ลาเต้พุ่งเข้าตู้เสื้อผ้าเหมือนวิญญาณยุค dial-up ตามล่าอยู่

    การเชื่อมต่อล้มเหลว

    ฉันรอ

    หน้าจอกะพริบ กล่องข้อความข้อผิดพลาดแสดงขึ้นแบบสุภาพ ๆ

    ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อ Pantip-rb51.com ได้ในขณะนี้ กรุณาตะโกนใส่สายโทรศัพท์เพื่อระบายความรู้สึกชั่วคราว

    ฉันกด “ลองใหม่”

    มันดังกรี๊ดอีกครั้ง ซึ่งฉันถือว่าเป็นความก้าวหน้า

    ในที่สุด หน้าก็โหลดขึ้นมา Pantip-rb51.com เปิดตัวเหมือนแบบฟอร์มราชการ สีเบจ ไร้ความปรานี แต่มีอะไรบางอย่างที่ยังรู้สึกศักดิ์สิทธิ์

    ฉันล็อกอินชื่อผู้ใช้: กวีในเงามืด คลิกเข้าห้อง “วรรณกรรม RB51” แล้วเริ่มพิมพ์ หัวข้อกระทู้สั้น ๆ

    กระทู้วรรณกรรม: ขอ

    📖 “ไม่มีความรักใดให้อีกแล้ว
    สำหรับแก้วขวัญจิตยอดมิตรเอ๋ย
    ไม่มีแล้วสิ่งใดให้อีกเลย
    แม้คำเอ่ยว่าสนิทเหนือมิตรใด

    เพียงสำนึกหนึ่งยังหวังอยู่ว่า
    จะเห็นฟ้าพร้อยดาวพราวไสว
    ระยิบแสงแข่งแขแลไกลไกล
    เหนือดวงใจดวงหนึ่งซึ่งมืดมน

    ขอให้ความระลึกที่มีต่อมิตร
    ได้ตามติดเฝ้าแฝงทุกแห่งหน
    เพื่อเป็นเพื่อนยามพรั่นหวั่นกมล
    จากเราคนที่หวงห่วงและคอย

    ถ้าทำได้ทุกทางเหมือนอย่างคิด
    จะตามติดต่อไปไม่ท้อถอย
    ในความรักความฝันอันเลื่อนลอย
    แม้เปิดรอยแผลใจไว้อาวรณ์

    แต่เกินจะทำอะไรต่อไปแล้ว
    เพียงมีแววเรียงร้อยถ้อยอักษร
    ฝากความรักซ่อนซุกทุกวรรคกลอน
    แต่ละตอนคือใจรักไม่คลาย

    โอ้ความรักความหวังดังดอกฟ้า
    เลื่อนลงมาให้สอยแล้วลอยหาย
    เหลือริ้วรอยย้อยอยู่มิรู้วาย
    สุดสิ้นสายสวาทช้ำชีพลำเค็ญ

    ขอเธอมีรักใหม่อย่าให้รู้
    และถ้าอยู่กับใครอย่าให้เห็น
    ให้ฉันเถอะ…ขอร้องสองประเด็น
    แล้วจะเป็นผู้แพ้อย่างแท้จริง”

    ใต้บทกวี ฉันพิมพ์เพิ่มว่า

    จากอีกจักรวาลหนึ่ง ที่ความรักมีอินเทอร์เน็ต และบอกลาได้ทันเวลา”

    ฉันเลื่อนเมาส์ไปที่ “โพสต์” แล้วหยุด

    ลาเต้โผล่ออกมาจากเงามืด มองจอเหมือนเคยอ่านบทกวีแล้ว และไม่พอใจกับจังหวะมัน

    เขานั่งบนคีย์บอร์ด ไม่ใช่เพื่อต่อต้าน แต่เพื่อพิพากษา

    ฉันคลิกผ่านขนเขา

    โพสต์เรียบร้อย ขอบคุณที่แบ่งปันความทรงจำที่ไม่มีใครถามหา”

    โมเด็มส่งเสียงฮืด ๆ ออกมาเฮือกหนึ่ง ฉันถือว่านั่นคือการปิดจบ

    Sponsored Ads

    ———————
    แจ้งย้าย กับระบบที่วัดจากเสียงพัดลม

    ฉันกำลังจะก้าวออกจากห้อง ลาเต้ตัดสินใจว่าฉันไม่มีสิทธิ์ไปไหนถ้ายังไม่จ่ายค่าผ่านทาง เขาขวางประตูเหมือนด่านตรวจขนนุ่ม หางกระดิกเป็นจังหวะเป๊ะ ๆ แบบที่ใช้ตัดสินศีลธรรม

    ฉันพยายามจะก้าวข้าม เขาพุ่งใส่กระเป๋าทันที

    ลาเต้ ไม่ไปด้วยนะเว้ย…” ฉันพึมพำ

    พยายามดึงเขาออกแบบไม่ให้ดูเหมือนเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาทิ้งตัวลงแบบละครช่อง 7 กลิ้งกระแทกกล่องเทปคาสเซ็ตครึ่งกล่องที่ตั้งอยู่ข้างผนังจนล้ม

    ฉันจ้องหน้าเขา เขากะพริบตา

    อยู่ที่นี่ก่อน แค่สิบ นาที ไม่ได้หนีไปอยู่ห้องใหม่ซะหน่อย ยัง”

    ไม่มีเสียงตอบรับ มีแค่หางที่เหวี่ยงช้า ๆ กับเสียงเหมียวเบา ๆ ที่ฟังเหมือนถอนหายใจ

    ฉันอุ้มเขากลับไปวางบนที่นอนเก่า ปิดประตูเบา ๆ แบบที่คนบางคนใช้ตอนตัดใจ

    โถงทางเดินไปบันไดมีภูมิอากาศของตัวเอง ครึ่งหนึ่งคือกลิ่นอับ อีกครึ่งคือเงาของข้าวผัด กลิ่นรวมความทรงจำของผู้เช่ากว่ายี่สิบคนที่ย้ายออกไปแบบไม่มีใครสังเกต

    ชั้นล่าง ป้าเจ้าของห้องเช่ากำลังจัดการกับเครื่องต้มยำข้างโทรศัพท์ที่ไม่ได้ดังมาตั้งแต่ Y2K

    พี่ครับ…”

    ฮึ?” เธอตอบ โดยไม่เงยหน้าจากต้นตะไคร้ในมือ

    จะแจ้งย้ายออกครับ สิ้นเดือนนี้

    สิ้นเดือน?”

    ครับ

    เงียบพอให้แมลงวันมีเวลาเสียใจในชีวิตตัวเอง

    แล้วเธอก็พูด มีห้องใหม่แล้วเหรอ?”

    ยังไม่ได้อยู่ครับ… กำลังปรับปรุง

    เสียงเงียบอีกครั้ง เธอกลับไปปอกอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะอยู่ได้ทั้งในใบมะกรูดหรือในใบผักชี

    เขียนไว้หน่อย จะได้ไม่ลืม

    ฉันเดินไปที่โต๊ะพับ มีแผ่นกระดาษบรรทัดลอก ๆ หน้าตาเหมือนเคยผ่านไฟไหม้กับความเฉยเมย ปากกามีรอยกัดฟัน ไม่แน่ใจจากสิ่งมีชีวิตชนิดไหน

    ฉันหยิบขึ้นมา มองบรรทัดที่เขียนว่า

    รายการสิ่งของติดห้อง: ระบุว่ามีหรือไม่มี”

    ไม่มีเช็กบ็อกซ์ ไม่มีช่องให้กรอกอย่างเป็นทางการ มีแค่พื้นที่ว่าง

    ฉันเขียนว่า

    มีครบ — พัดลมเพดาน, ตู้, เตียง, ตู้เย็น (ไม่มีวิญญาณ, แต่อาจมีเสียง)”

    แล้วหยุดคิดนิดหน่อย

    พัดลมเพดานหมุนติด ๆ ดับ ๆ มา 3 เดือน แต่ยังคงดัง “กิ๊ก” สองทีตอนเที่ยงคืนเหมือนเมโทรโนมผีสิง ตู้เสื้อผ้าเอนไปข้างหนึ่งเหมือนเห็นอะไรมากเกินไป ตู้เย็นเคยส่งเสียงเหมือนวิญญาณตด

    ฉันพึมพำเบา ๆ แล้วเขียนข้อความเพิ่ม

    ของครบ แต่จิตใจผู้เช่าอาจหล่นอยู่ใต้เตียง

    ก่อนเซ็นชื่อ ฉันมองไปมุมบนของฟอร์ม

    ค่ามัดจำ ห้าพันบาท ชำระด้วยเงินสด ด้วยความหวัง ด้วยชีวิตคนละตอน ไม่มีช่องให้ติ๊กว่า “จะได้คืนไหม”

    แน่นอนว่าไม่มี ในระบบที่ไม่มีระบบ สิ่งแรกที่หายไปคือเงิน สิ่งถัดมาคือความหวังว่าจะได้คืน ฉันขีดเส้นใต้วันที่ เหมือนมันจะช่วยได้ แม้แต่ปากกายังดูไม่มั่นใจ

    ป้าหยิบฟอร์มไป แล้วครางรับแบบพอใจ

    เดี๋ยวหักค่ามัดจำเลยนะ จะปรับปรุงห้องหลังเธอย้ายออก

    ฉันกระพริบตา

    “…พัดลมยังหมุนไม่ครบวงเลยครับ

    ก็นั่นแหละ ต้องเปลี่ยน

    ฉันพยักหน้าแบบคนที่ยอมยกดินแดนให้โดยไม่มีข้อแม้

    ครับ

    เธอหนีบฟอร์มเข้ากับแฟ้มที่เก็บคำอำลานิรนาม แล้วหันกลับไปสับข่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ฉันจะเพิ่งจบบทหนึ่งของชีวิตในสามประโยคกับช่องว่างหนึ่งช่อง

    Sponsored Ads

    ขอ (2511)
    สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note