You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index

    เมื่อถึงสาม by S.J. Raventide

    เช้าวันเสาร์ นนท์พาเมย์กับข้าวหอมออกไปซื้อของที่ห้างฝั่งตรงข้ามถนน

    ข้าวหอมเดินอยู่ตรงกลาง จับมือพ่อข้างหนึ่ง จับมือแม่อีกข้างหนึ่ง รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ของเธอมีไฟเล็ก ๆ กะพริบตรงส้นทุกครั้งที่ลงเท้า

    สัญญาณคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว

    ทั้งสามก้าวลงจากฟุตปาธพร้อมกัน

    ตัวเลขฝั่งตรงข้ามเริ่มนับถอยหลัง

    8

    7

    6

    นนท์ไม่ได้สนใจนัก ระยะทางแค่นี้ยังเหลือเวลาอีกมาก

    5

    4

    3

    มือของข้าวหอมดึงเขาไว้

    นนท์เดินเลยไปครึ่งก้าวก่อนจะรู้ตัวว่าลูกหยุดอยู่ข้างหลัง

    “เป็นอะไรลูก”

    ข้าวหอมไม่ตอบ

    เธอยืนอยู่บนแถบสีขาว มือกำเขาแน่นจนปลายนิ้วซีด

    “เดินสิลูก ยังทันอยู่” เมย์หันกลับมาเรียก

    ข้าวหอมส่ายหน้า

    ตัวเลขเปลี่ยนเป็นสอง

    นนท์มองรถที่จอดรออยู่หลังเส้น แล้วพาเมย์กับลูกถอยกลับไปที่เกาะกลางถนน

    พวกเขารอไฟรอบถัดไป

    เมื่อสัญญาณเปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้ง ข้าวหอมก็เดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “เมื่อกี้กลัวรถเหรอ” เมย์ถาม

    ข้าวหอมไม่ตอบ

    เธอจับมือนนท์ไปจนถึงอีกฝั่ง

    Sponsored Ads

    ตอนกินข้าวกลางวัน ข้าวหอมเลือกนั่งด้านในสุดของโต๊ะ

    ปกติเธอชอบนั่งติดทางเดิน เพราะจะได้ลุกไปดูตู้ไอศกรีมเอง หรือไม่ก็แอบชะโงกดูอาหารโต๊ะข้าง ๆ แล้วกลับมารายงานว่าเขาสั่งอะไร

    วันนี้เธอชี้เก้าอี้ด้านนอกให้นนท์

    “พ่อนั่งนี่”

    นนท์นั่งตามที่ลูกบอก

    ระหว่างกินข้าว พนักงานคนหนึ่งเปิดประตูห้องเก็บของหลังร้าน

    เสียงลูกบิดดัง

    กึก

    ข้าวหอมหันไปทันที

    นนท์มองตาม

    พนักงานเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง ไม่มีอะไรน่าสนใจ

    เมื่อเขาหันกลับมา ข้าวหอมยังมองประตูนั้นอยู่

    “กินก่อนลูก เดี๋ยวเย็นหมด”

    เธอก้มหน้าลงกินข้าวต่อ


    คืนนั้น หลังปิดไฟในห้องนอน นนท์กำลังจะเดินออกไป ข้าวหอมเรียกเขาไว้

    “พ่อ”

    “หืม”

    “ล็อกประตูหรือยัง”

    “ล็อกแล้ว”

    เขาจับลูกบิดห้องนอนเตรียมปิด

    “พ่อ”

    นนท์หันกลับมา

    “แน่นไหม”

    เขามองลูกอยู่ครู่หนึ่ง

    “แน่นสิ”

    ข้าวหอมยังมองเขา

    นนท์จึงเดินออกไปที่ประตูบ้าน หมุนกลอน แล้วลองจับลูกบิดอีกครั้ง

    มันไม่ขยับ

    เขาเดินกลับมา

    “ล็อกแล้ว เห็นไหม”

    ข้าวหอมพยักหน้า

    คืนนั้นเธอมานอนตรงกลางระหว่างเขากับเมย์

    คืนวันอาทิตย์ก็เหมือนกัน

    Sponsored Ads

    เช้าวันจันทร์ ข้าวหอมไม่ยอมลงจากรถจนกว่านนท์จะเดินไปส่งถึงประตูอาคารเรียน

    เขายืนมองลูกเดินหายเข้าไปข้างใน ก่อนกลับขึ้นรถ

    เย็นนั้นเมย์พูดขึ้นระหว่างเช็ดโต๊ะกินข้าว

    “ช่วงนี้ข้าวหอมติดเราสองคนแปลก ๆ เนอะ”

    นนท์กำลังล้างจานอยู่หน้าอ่าง

    “เพิ่งเป็นหรือเปล่า”

    เมย์หยุดคิด

    “อาทิตย์ก่อนยังไม่ขนาดนี้”

    “วันไหน”

    “ไม่รู้สิ”

    นนท์ปิดน้ำ

    “ก่อนวันศุกร์?”

    เมย์มองเขา

    ไม่มีใครพูดต่อทันที

    วันศุกร์โรงเรียนมีกิจกรรมฝึกความปลอดภัย

    นนท์จำข้อความในกลุ่มผู้ปกครองได้ มันเข้ามาตอนพักเที่ยง เขาเปิดอ่านระหว่างตอบงานอีกสองอย่าง

    กิจกรรมประจำปีเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินภายในโรงเรียน

    ไม่มีรายละเอียดอะไรที่ทำให้เขาต้องหยุดอ่านนานกว่านั้น

    เขากดรับทราบ

    แล้วกลับไปทำงาน


    คืนนั้น ข้าวหอมนั่งระบายสีอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น

    นนท์นั่งลงข้าง ๆ

    “วันศุกร์ที่โรงเรียนทำอะไรกันบ้าง”

    “กิจกรรม”

    “กิจกรรมอะไร”

    “ความปลอดภัย”

    “แล้วทำอะไรบ้าง”

    ข้าวหอมเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเขียว

    นนท์รอ

    “ต้องหลบ”

    “หลบอะไร”

    ข้าวหอมหยุดระบายสี

    เธอมองไปทางประตูบ้าน

    “หนูไม่อยากให้เขามาที่ประตูอีก”

    นนท์มองตามสายตาลูก

    ประตูปิดอยู่ตามปกติ

    “ใครมาที่ประตู”

    ข้าวหอมก้มหน้าลง

    “คนที่โรงเรียน”

    “ใครครับ”

    เธอหยิบสีฟ้ากลับมา

    “หนูไม่รู้”

    หลังจากนั้นไม่ว่าเขาจะถามอย่างไร ข้าวหอมก็ไม่ตอบอีก

    นนท์จึงเลิกถาม

    Sponsored Ads

    เช้าวันถัดมา เขาขอคุยกับครูประจำชั้นหลังส่งลูก

    ครูพาเขาไปยืนตรงทางเดินข้างห้องพักครู เด็กชั้นอื่นกำลังเดินผ่านเป็นระยะ เสียงรองเท้าดังสลับกับเสียงครูเรียกแถว

    นนท์เล่าเรื่องทางข้ามถนน เรื่องประตู และเรื่องก่อนนอน

    ครูฟังจนจบ

    “น้องเป็นแบบนี้หลังวันกิจกรรมเลยหรือเปล่าคะ”

    “ผมยังไม่แน่ใจครับ แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยถามเรื่องล็อกประตูทุกคืน”

    ครูพยักหน้าช้า ๆ

    “วันนั้นเราฝึกตามขั้นตอนค่ะ ปิดไฟ ล็อกประตู แล้วให้เด็กไปอยู่ในบริเวณที่มองจากด้านนอกไม่เห็น”

    “มีคนเดินอยู่หน้าห้องไหมครับ”

    ครูเงียบไปนิดหนึ่ง

    “มีทีมตรวจค่ะ”

    “ตรวจยังไงครับ”

    “เดินตามทางเดินแล้วลองเปิดประตูแต่ละห้อง ดูว่าล็อกเรียบร้อยหรือยัง”

    นนท์มองมือของครูที่กำสมุดอยู่ตรงอก

    “เด็ก ๆ รู้ก่อนหรือเปล่าว่าจะมีคนมาลองเปิด”

    ครูไม่ได้ตอบทันที

    “คิดว่าเราบอกว่าอาจมีการตรวจค่ะ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมาก”

    เสียงนักเรียนกลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านทางเดิน

    ครูหันไปเตือนให้เดิน ก่อนหันกลับมา

    “ไม่มีอะไรอันตรายนะคะ ไม่มีเสียงปืน ไม่มีของแบบนั้นเลย”

    “ครับ”

    “จริง ๆ ข้าวหอมทำได้ดีมากค่ะ”

    นนท์เงยหน้าขึ้น

    “วันนั้นน้องทำตามทุกอย่างเลย เงียบมาก ไม่ร้อง ไม่ออกมาจากที่หลบ”

    ครูยิ้มบาง ๆ เหมือนกำลังพยายามให้เขาสบายใจ

    “ตอนจบเราก็บอกเด็กทุกคนแล้วว่าปลอดภัยแล้วค่ะ”

    นนท์พยักหน้า

    เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ


    เย็นวันนั้น ข้าวหอมกำลังต่อบ้านจากบล็อกพลาสติก

    นนท์นั่งลงข้าง ๆ แต่ไม่ได้ถามถึงคนที่ประตูอีก

    เขาหยิบบล็อกชิ้นหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่น

    “ครูสอนให้ทำอะไรตอนกิจกรรม”

    ข้าวหอมวางหลังคาสีแดงลงบนบ้าน

    “หนึ่ง หยุด”

    “อืม”

    “สอง หลบ”

    เธอหยิบตุ๊กตาตัวเล็กใส่เข้าไปใต้หลังคา

    นนท์มองมือของลูก

    “แล้วสามล่ะ”

    มือเล็กหยุดอยู่เหนือบ้าน

    ข้าวหอมเงยหน้ามองเขา

    จากนั้นยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก

    นนท์ไม่ได้ถามต่อ

    Sponsored Ads

    คืนนั้น ก่อนนอน ข้าวหอมถามเหมือนเดิม

    “พ่อ ล็อกประตูหรือยัง”

    คำตอบเดิมเกือบหลุดออกจากปากเขา

    ล็อกแล้ว ไม่มีอะไรหรอก

    นนท์กลืนมันกลับไป

    เขาเดินออกไปที่ประตูบ้าน จับลูกบิด แล้วลองหมุนให้ลูกเห็น

    จากนั้นกลับมานั่งข้างเตียง

    ข้าวหอมมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นถึงคาง

    คืนนั้นเธอยังขอนอนกับพ่อแม่

    นนท์ไม่ได้บอกว่าโตแล้วควรนอนห้องตัวเอง


    หลายวันต่อมา ทั้งสามออกไปข้างนอกด้วยกันอีกครั้ง

    ข้าวหอมเดินอยู่ตรงกลางเหมือนเดิม

    รองเท้าคู่เดิมกะพริบตรงส้นทุกครั้งที่ลงเท้า

    สัญญาณคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว

    พวกเขาเริ่มเดิน

    ตัวเลขฝั่งตรงข้ามนับลง

    6

    5

    4

    3

    ข้าวหอมหยุด

    เมย์เดินเลยไปครึ่งก้าวก่อนหันกลับมา

    “ข้าว—”

    นนท์หยุดตามลูก

    เมย์มองหน้าเขา

    ไม่มีใครเดินต่อ

    ข้าวหอมกำมือนนท์แน่น

    “สามแล้วต้องเงียบ”

    นนท์กำมือนั้นกลับ

    เมย์ขยับเข้ามายืนใกล้ลูก

    ตัวเลขเปลี่ยนเป็นสอง

    หนึ่ง

    สัญญาณคนข้ามดับลง

    รถเริ่มเคลื่อนผ่านหน้าไปทีละคัน

    ไม่มีใครพูดอะไร

    ทั้งสามยืนรออยู่ตรงนั้น

    จนไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้ง

    Sponsored Ads

    “เมื่อถึงสาม” ไม่ได้ดัดแปลงเหตุการณ์จากเพลง After Three และเพลงก็ไม่ได้เล่าเรื่องของข้าวหอม
    
    แต่ทั้งสองงานเริ่มต้นจากความสงสัยคล้ายกันว่า
    
    "เวลาที่เรามองจากข้างนอก กับเวลาที่คนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ต้องเผชิญ เป็นเวลาเดียวกันจริงหรือเปล่า"
    
    
    ใน After Three สามวินาทีจากภาพย้อนหลังอาจดูยาวนานพอ
    
    นานพอที่จะมองเห็น นานพอที่จะเข้าใจ นานพอที่จะเลือกว่าควรทำอะไร
    
    เพราะคนที่มองย้อนหลังรู้แล้วว่าเหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร
    
    แต่สำหรับคนที่อยู่ตรงนั้น สามวินาทีอาจหมดไปเสียก่อนที่สมองจะตามสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าทัน
    
    ส่วนใน “เมื่อถึงสาม” เวลากลับทำงานในอีกทิศทางหนึ่ง
    
    สำหรับผู้ใหญ่ กิจกรรมหนึ่งจบลงแล้ว ประตูเปิด ไฟติด ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
    
    แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นอาจยังไม่ยอมจบ และกลับมาอีกครั้งเมื่อโลกธรรมดานับมาถึงเลขสาม
    
    
    เพลงกับเรื่องสั้นจึงไม่ได้เล่าเหตุการณ์เดียวกัน
    
    ชิ้นหนึ่งมองว่า ช่วงเวลาที่คนนอกคิดว่ายาวพอ อาจสั้นเกินไปสำหรับคนข้างใน
    
    อีกชิ้นมองว่า ช่วงเวลาที่คนนอกคิดว่าจบไปแล้ว อาจยาวนานกว่านั้นสำหรับคนข้างใน
    
    หากอยากลองฟัง “สาม” จากอีกด้านหนึ่ง
    


    After Three — นับง่ายจังเลยนะ | Official Lyric Video (WhatANovel / RB51 Project)
     
    #RB51Ensemble

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note