You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index


    เช้าเล็ดลอดผ่านม่านเข้ามา เหมือนหนังสือแจ้งเตือนที่ไม่มีใครร้องขอ ห้องไม่ได้สะอาดขึ้นข้ามคืน ซึ่งก็เสียมารยาทดี แต่สม่ำเสมอ

    Sponsored Ads

    สัญญาเช่า โน้ตเรื่องปรับปรุงพื้นที่ แล้วก็ปากกาที่ใกล้หมด กระจายอยู่บนโต๊ะ ในแบบของคณะกรรมการที่แพ้การประชุมมาแล้วสามรอบ

    ฉันก้าวข้ามกองขยะไปถึงโต๊ะ ตรงที่อนาคตของฉันกำลังรออยู่ เป็นระลอกคลื่นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ฉันต้องรวบรวมเอกสารไปยื่นสำนักงานเขต ก่อนจะเริ่มคิดเรื่องรีโนเวตด้วยซ้ำ

    ฉันเริ่มจัดเอกสารทีละอย่าง สัญญาเช่า โน้ตเรื่องปรับปรุงพื้นที่ที่เขียนจนอ่านแทบไม่ออก แล้วก็คำขอแบบแปลนเก่า เอกสารแต่ละแผ่นหนักเกินกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งมักเป็นพฤติกรรมปกติของกระดาษ ก่อนมันจะเริ่มกินเงินคุณ

    ลาเต้ เขานอนทับเอกสารทั้งหมด ด้วยความสงบของสิ่งมีชีวิต ที่เข้าใจระบบราชการอย่างสมบูรณ์ แล้วเลือกอารยะขัดขืน หางของเขาทับสัญญาเช่า อุ้งเท้าข้างหนึ่ง วางอยู่บนโน้ตเรื่องแบบแปลนเก่า

    ขอเอกสารคืนก่อนได้ไหมครับ”

    เขากะพริบตาช้า ๆ หนึ่งครั้ง ในทางกฎหมาย ฉันตีความว่านั่นคือการปฏิเสธ หลังจากรวบรวมเอกสารให้ดู “เป็นกอง” พอประมาณ ฉันก็หยิบเสื้อมาใส่แล้วออกจากห้อง

    ตึกแถวยังไม่ได้รีโนเวต และฉันต้องขออนุญาต ก่อนจะเปลี่ยนมันให้คล้ายสตูดิโอได้แม้แต่นิดเดียว ตึกนั้นอยู่ลึกเข้าไปในสุขุมวิท 51 ใกล้คลอง ในมุมกรุงเทพฯ เก่า ที่ความทันสมัยยังรีโนเวตมาไม่ถึง อาจเพราะมันยังติดอยู่ในขั้นตอนเอกสาร

    สำนักงานเขตในส่วนของใบอนุญาต มีบรรยากาศเหมือนสถานที่ ที่ “เวลา” เดินเข้ามาขอโทษ แล้วถูกบอกให้รับบัตรคิวก่อน ไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงฮัมอยู่เหนือหัว สาดแสงซีดป่วยลงบนคนที่กำลังรอคิวอย่างหมดแรง พัดลมเพดานส่งเสียงคราง เหมือนยื่นเรื่องขอเกษียณก่อนกำหนดแล้วไม่ผ่าน ใกล้ทางเข้า มีป้ายเขียนว่า “กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง” และแน่นอน ทุกคนทำตาม

    ใน RB51 คนอาจตั้งคำถามกับนโยบายผ่านบทเพลง เรียงความ หรือวงเหล้าตอนเที่ยงคืน แต่ไม่เคยตั้งคำถามกับป้ายเคลือบพลาสติก ในสำนักงานรัฐ

    ฉันรับบัตรคิว แล้วเตรียมใจรอ

    หน้าจอคิวกระโดดจาก 18 ไป 21 แล้วกลับมา 19 ก่อนจะค้างนิ่งไปเลย

    ไม่มีใครบ่น พวกเราทุกคนยอมรับแล้วว่า เครื่องไม่ได้เสีย มันแค่กำลัง “ปรับตัวเข้ากับระบบ”

    ตอนหมายเลขของฉันถูกเรียกในที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ถือแฟ้มคิวอยู่ในมือ ไม่ใช่จากหน้าจอคิว เพราะหน้าจอนั่นเหมือนจะเลิกเชื่อในระบบไปก่อนพวกเราแล้ว

    ฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์

    เจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงวัยประมาณห้าสิบ สีหน้าของคนที่เคยเห็นความฝันแทบทุกแบบในกรุงเทพฯ เดินเข้ามาในซองเอกสารสีน้ำตาล เธอแทบไม่ได้เงยหน้าจากกองเอกสาร มือขยับไปตามจังหวะเดิม ๆ แม่นยำต่อเนื่องเหมือนระบบราชการฝึกให้ร่างกายทำงานแทนความรู้สึกไปแล้ว

    ผมจะขออนุญาตปรับปรุงตึกครับ”

    ฉันพูด ด้วยความหวังลึก ๆ ว่าน่าจะมีทางลัดกว่านี้

    ใช้ทำอะไรคะ”

    เธอถาม สายตายังไล่อ่านเอกสารอยู่

    ห้องอัดเสียงครับ”

    มีช่วงเงียบเล็กน้อย แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น สีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงมั่นคง

    ถ้ามีกิจกรรมเสียง ต้องมีเอกสารเพิ่มค่ะ”

    ใน RB51 ไม่มีอะไรถูก “ห้าม” ตั้งแต่แรกหรอก นั่นมันตรงไป และระบบนี้ไม่ค่อยชอบอะไรที่ตรงเกินไป ขั้นแรก มันจะถูกจัดหมวด จากนั้นเข้าแฟ้ม แล้วก็มีค่าธรรมเนียม กว่าจะมีใครบอกคุณว่า “ไม่ได้” คุณก็จ่ายเงินไปแล้ว ไม่ใช่เพื่อให้ได้อนุญาต แต่เพื่อให้การถูกปฏิเสธ มีตราประทับถูกต้อง

    ฉันกะพริบตา พยายามประมวลผล

    หนังสือยินยอมเรื่องเสียง

    แน่นอนอยู่แล้ว

    เสียงต้องขออนุญาตด้วยเหรอครับ”

    ถ้าเสียงไปรบกวนอาคารข้างเคียง ก็ต้องมีใบยินยอมค่ะ”

    เธอตอบ โดยไม่สะเทือนกับความรุนแรงเชิงปรัชญาของประโยคนั้นเลยแม้แต่นิด

    ฉันอ้าปากจะเถียง แล้วก็เปลี่ยนใจ จะเถียงไปทำไม นี่คือระบบราชการ ข้อโต้แย้งไม่เคยเปลี่ยนอะไร มันแค่ถูกนำไปแปลงเป็นเอกสารเพิ่ม คุณส่งมันเข้าเคาน์เตอร์ไป แล้วมันจะย้อนกลับมาเป็นแบบฟอร์ม พร้อมสำเนาคาร์บอนสามชุด และค่าธรรมเนียมที่ยังไม่รวม VAT น้ำเสียงของเธอพูดเรื่อง “ใบยินยอมจากเพื่อนบ้าน” เหมือนถามว่า จะรับน้ำแข็งเพิ่มไหมในกาแฟ

    ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้ นักการเมืองติดลำโพงบนรถบรรทุก แล้วเรียกมันว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” แต่ฉันแค่อยากติดฉนวนกันเสียงในตึกแถว ทันใดนั้น รัฐก็เริ่มเป็นห่วงคุณภาพชีวิตของประชาชนขึ้นมาอย่างจริงจัง

    เธอล้วงมือใต้เคาน์เตอร์ หยิบฟอร์มอีกชุดออกมา

    ถ้าไม่มีใบยินยอม อาจต้องยื่นขออนุญาตชั่วคราวแบบ 30-2/ซด. ค่ะ”

    ขอแบบชั่วคราวคือยังไงครับ”

    เธอเปิดเอกสารไปอีกหน้า หาเจอบรรทัดที่ต้องการ แล้วใช้ปากกาแตะมันเบา ๆ

    ก็แปลว่า อนุญาตให้ใช้ก่อนได้ค่ะ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเสียงขึ้นมา ถือว่าเป็นความเสี่ยงของผู้ขอเอง”

    เธอพูดสุภาพมาก สุภาพจนเกือบทำให้ฉันเคารพมัน

    แบบแปลน สัญญาเช่า ขอบเขตรีโนเวต ใบยินยอมเพื่อนบ้าน ใบอนุญาตชั่วคราว ที่จริง ๆ แล้วไม่ได้รับรองอะไรเลย ทุกบรรทัด ซ่อนค่าธรรมเนียมในอนาคตไว้ข้างหลัง สุภาพ แล้วก็หิวเงิน

    ดูเหมือนว่า ก่อนเสียงจะสัมผัสผนังได้ มันต้องมีแฟ้ม มีพยาน แล้วก็มีเงินมากพอ จะพิสูจน์ว่ามัน “สมควร” ได้สะท้อนกลับ

    ฉันเก็บของ ถอยออกจากเคาน์เตอร์ พร้อมรายการเอกสารในมือ

    มันไม่ใช่ใบอนุญาต มันคือสิ่งกีดขวางแบบสุภาพ ที่พิมพ์ลงบนกระดาษราชการ

    ที่ข้างนอก เมืองก็ดังอยู่แล้วโดยไม่เคยขออนุญาต รถเมล์ไอควัน มอเตอร์ไซค์ตัดเลน เหมือนเครื่องหมายวรรคตอน ที่เขียนโดยเด็กโมโห

    ที่ไหนสักแห่งลึกเข้าไปในสุขุมวิท 51 ใกล้คลอง ตึกแถวของฉันยังว่างอยู่ ยังเงียบ ยังทำเหมือน มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับฉัน

    ฉันมองรายการเอกสารในมือ

    สตูดิโอยังไม่ได้ส่งเสียงสักครั้ง แต่ก็ถูกขอให้ ระบุรายละเอียด ประเมินค่าใช้จ่าย แล้วรออนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว

    Sponsored Ads

    ———————
    Phase 1 ไม่ใช่ปาฏิหาริย์

    ฉันกลับมาถึงห้อง พร้อมรายการเอกสาร ที่ทำให้กระดาษหนักกว่าปูนได้ ห้องไม่ได้ดีขึ้นตอนฉันไม่อยู่ มันยังซื่อสัตย์ต่อสภาพเดิมของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เล็ก ร้อน รก แล้วก็ส่งสายตาเงียบ ๆ เหมือนกำลังตัดสินฉัน ที่พยายามเป็นผู้ใหญ่หลังเลิกงาน

    แสงบ่ายลอดผ่านม่านเข้ามา ตกลงบนโต๊ะ ตรงที่สัญญาเช่า โน้ตรีโนเวต แล้วก็คราบกาแฟจากเมื่อวาน กำลังรออยู่เหมือนคณะกรรมการ ที่ไม่มีใครอยากเป็นประธาน

    ฉันวางกระเป๋าลงข้างโต๊ะ แล้วเทเอกสารออกจากแฟ้ม เอกสารจากสำนักงานเขตตกลงมาก่อน มันดูเรียบร้อยดี ซึ่งงูก็น่าจะดูเรียบร้อยเหมือนกัน สำหรับคนที่ยังไม่เคยเหยียบมันเท้าเปล่า

    แบบแปลน สัญญาเช่า ขอบเขตรีโนเวต ใบยินยอมเพื่อนบ้าน ใบอนุญาตชั่วคราว คำสุภาพวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อปิดบังความจริงง่าย ๆ ว่า ทุกบรรทัดต้องใช้เวลา ใช้เงิน และต้องมีใครอีกคนเซ็นรับรอง

    ฉันดึงกระดาษออกมาสามแผ่น เขียนหัวข้อไว้ด้านบน

    สิ่งที่ฉันมี

    สิ่งที่ฉันต้องหา

    แล้วก็ สิ่งที่รัฐบาลเชื่อว่าควรมีอยู่ เพราะกระดาษถูกกว่าความเมตตา

    กองแรกน่าหดหู่ แต่อย่างน้อยก็มีอยู่จริง สัญญาเช่า โน้ตรีโนเวตที่เขียนด้วยลายมือ รายการเอกสารขออนุญาต แล้วก็คำขอแบบแปลนเก่า ที่ฉันยังส่งไม่เรียบร้อยด้วยซ้ำ มันเป็นกองเอกสารประเภท ที่ดูเป็นทางการจากระยะไกล แล้วดู “ขาดอะไรบางอย่าง” จากทุกระยะที่เหลือ

    กองที่สองโตเร็วกว่า แบบแปลนเก่าจากคุณแหม่ม รายละเอียดรีโนเวตที่ชัดกว่านี้ layout ที่ดูเหมือนคนมีสติเป็นคนวาด แล้วก็ “ใบยินยอมเพื่อนบ้าน” สักรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่การเดินไปเคาะผนังห้องข้าง ๆ แล้วขอให้ต้นเสียงลากของช่วยเซ็นรับรองอนาคตของฉัน

    ส่วนกองที่สาม จริง ๆ ไม่ใช่กองเอกสาร มันเป็นปรัชญา ฉันจ้องคำว่า ใบยินยอมเสียงรบกวนจากอาคารข้างเคียง”นานจนมันเริ่มดูไม่เหมือนภาษาไทย แล้วเริ่มเหมือนคาถา ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเจ้าของตึกจากนักดนตรี

    Dynabook ใช้เวลาของมันเองในการตื่น หน้าจอกะพริบหนึ่งครั้ง ก่อน desktop จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา ใหม่เกินกว่าจะเรียกว่าน่าเชื่อถือ แต่ก็แพงพอ ที่ฉันจะพยายามเชื่อมันต่อไป

    ฉันเปิดอีเมลเปล่าถึงคุณแหม่ม

    หัวข้อ: ขอแบบแปลนเดิมและเอกสารประกอบการปรับปรุงตึก

    ฉันพิมพ์คำว่า “studio” ลงไปในเนื้อหา จ้องมันอยู่สามวินาที แล้วลบออก พื้นที่ใช้งานเสียงเบื้องต้น”ฟังดูน่าเกลียดกว่าเดิม ซึ่งก็น่าจะปลอดภัยกว่า

    ฉันพิมพ์ขอแบบแปลนเก่า ยืนยันรายการเอกสารที่สำนักงานเขตต้องการ แล้วก็พยายามรักษาน้ำเสียงให้สุภาพพอ จะผ่านระบบที่ไม่ไว้ใจคำกริยา เวลามันฟังดู “มีชีวิต” เกินไป

    ไม่มี adjective

    ไม่มีความฝัน

    ไม่มีประโยคประเภท ห้องที่คนไม่มีที่ไปจะได้อัดเสียงตัวเองสักครั้ง”มีแค่ สัญญา แปลน ขอบเขตงาน ใบอนุญาต ภาษาราชการไม่ได้เกลียดจินตนาการหรอก มันแค่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม เวลาคุณพยายามเอามันออกสู่สาธารณะ

    หลังโยนอีเมล draft เข้าโฟลเดอร์รอส่ง ฉันก็ดึงแปลนเข้ามาใกล้อีกครั้ง โน้ตเรื่องรีโนเวตจากเมื่อคืนยังอยู่ตรงนั้น มั่นใจในตัวเอง เหมือนคนที่ไม่เคยเจอเจ้าหน้าที่อนุญาตมาก่อน

    “ห้องอัด 3 ชั้น”

    ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ถูกทั้งหมด ตึกแถวมีสองชั้นกับดาดฟ้า แค่ชั้นล่างเพดานสูง แล้วมีชั้นลอยเล็ก ๆ ที่ทำให้ความมองโลกในแง่ดีของฉัน เริ่มนับสถาปัตยกรรมเกินจริง ซึ่งก็เป็นรูปแบบการหลอกตัวเอง ที่ต้นทุนถูกที่สุด เท่าที่ฉันพอจะจ่ายไหว

    “ห้องน้ำ 2”

    “ครัวเล็ก 1”

    “โซนแมว 1”

    “ดาดฟ้า”

    ข้าง ๆ กัน ฉันวงคำว่า “โซนหลับของเขา” ไว้ให้ลาเต้ ซึ่งดูเหมือนว่าแมวของฉันจะมีพื้นที่เป็นหลักเป็นแหล่งมากกว่าเสียงเสียอีก

    ความฝันเดิมดูดีมาก ตอนเขียนด้วยปากกาสีแดง ดีเกินไป นั่นมักเป็นสัญญาณอันตรายอย่างแรก

    ฉันหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา เขียนว่า

    Phase 1

    ภาษาอังกฤษทำให้มันดูเหมือนฉันมีแผน แต่กระดาษรู้ดีกว่า Phase 1 จะยังไม่ใช่สตูดิโอ ไม่ใช่จริง ๆ มันจะเป็นแค่ที่ ที่ฉันย้ายเข้าไปอยู่ได้ก่อนสิ้นเดือน โดยไม่ตายเพราะระบบไฟ ท่อน้ำ หรือความมั่นใจเกินเหตุเกี่ยวกับแผ่นซับเสียงราคาถูก

    เริ่มจากห้องน้ำที่ใช้ได้ก่อน ระบบไฟที่ปลอดภัยขึ้น ห้องหลักหนึ่งห้อง ที่ใช้งานได้โดยไม่ทำให้ตัวเองน่าอับอาย ซ่อมผนัง เพดาน พื้น แล้วก็ลดเสียงพอประมาณ เพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านร้องเรียน ก่อนที่ฉันจะมีสิทธิ์สร้างความรำคาญอย่างเป็นทางการ

    ชั้นบน ฉันต้องมีมุมสำหรับนอน ที่ไม่ให้ความรู้สึกเหมือนการลงโทษ มีมุมทำงานเล็ก ๆ ให้ Dynabook แล้วก็มีพื้นที่ ไว้เตรียมรับอุปกรณ์ ที่ฉันไม่มีปัญญาซื้อพร้อมกันทั้งหมด

    ดาดฟ้า—เอาไว้ก่อน

    ระบบกันเสียงเต็มรูปแบบ—เอาไว้ก่อน

    ทุกอย่างที่ฟังดู “น่าประทับใจ”—เอาไว้ก่อนเหมือนกัน

    คำว่า “ห้องมิกซ์” อยู่บนกระดาษได้แปดวินาทีพอดี ก่อนเขาจะเดินเข้ามา

    เขากระโดดขึ้นโต๊ะอย่างไม่รีบ วางอุ้งเท้าข้างหนึ่งลงบนคำว่า “ห้องมิกซ์” แล้วก็นอนทับกอง “พักไว้ก่อน” ด้วยความสงบของ auditor จากอีกระนาบการมีอยู่หนึ่ง

    หางของเขาปัดผ่านคำว่า “ดาดฟ้า” ลบความทะเยอทะยานครึ่งหนึ่งของฉัน ในจังหวะเดียว

    ตรงนั้นยังไม่ได้อนุมัติครับ”

    ฉันบอกเขา

    เขากะพริบตา อุทธรณ์ไม่ผ่าน

    ฉันเอนหลัง มองสภาพตรงหน้า รายการของ Phase 1 มันน่าเกลียด

    เล็ก

    ใช้งานได้จริง

    แล้วก็จริงเกินไปอย่างน่าอาย นั่นแหละปัญหา ความฝันบนกระดาษ เริ่มดูเหมือนความฝันน้อยลง แล้วเริ่มดูเหมือน “แผนงาน” ซึ่งแย่กว่า

    พอตกบ่าย ฉันก็มีเอกสารกองหนึ่ง ที่เกือบดูเหมือนชุดยื่นขออนุญาตจริง ๆ ซึ่งในภาษาราชการ นั่นแปลว่า มันยังขาดส่วนสำคัญอยู่ ฉันไม่ได้ทำให้ความฝันใหญ่ขึ้น

    ฉันแค่ทำให้มันเล็กลง แล้วนั่นแหละที่น่ากลัวกว่า ของที่เล็กลง สามารถถูกจัดตารางเวลาได้ แล้วของที่ถูกจัดตารางเวลาได้ ต้องใช้ผู้รับเหมา

    Sponsored Ads

    ———————
    ผู้รับเหมาที่ไม่อินกับความฝัน

    บ่ายแก่ ๆ มาถึง โดยไม่ถามเลยว่าฉันรอดจากครึ่งแรกของวันมายังไง ห้องเริ่มร้อนขึ้น ในแบบที่ห้องเก่า ๆ ของกรุงเทพฯ ชอบร้อน ช้า ๆ ทั่วถึง แล้วก็เต็มไปด้วยความมั่นใจทางศีลธรรม แบบเจ้าของตึก ที่เชื่อว่าเครื่องปรับอากาศคือความอ่อนแอจากต่างประเทศ

    รายการของ Phase 1 วางอยู่บนโต๊ะ ข้าง ๆ เอกสารขออนุญาต มันดูเล็กกว่าความฝัน แล้วก็แพงกว่าความผิดพลาด ห้องน้ำที่ใช้ได้ ระบบไฟที่ปลอดภัยขึ้น ห้องหลักหนึ่งห้องที่ใช้งานได้จริง ซ่อมผนัง เพดาน พื้น ลดเสียงพอประมาณ มุมสำหรับนอนชั้นบน มุมทำงานเล็ก ๆ พอเขียนออกมาแบบนี้ แผนมันดู “รับผิดชอบ” ขึ้นมาอย่างน่ากลัว แล้วนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันรู้ว่ามันอันตราย

    สำนักงานเขตแปล “เสียง” ออกมาเป็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว

    ตอนนี้ ฉันต้องหาคนมาแปลเอกสารพวกนั้น ให้กลายเป็นผนัง สายไฟ ท่อน้ำ แล้วก็ภัยพิบัติลึกลับ ที่ซ่อนอยู่หลังกระเบื้องห้องน้ำเก่า กระดาษทำหน้าที่ของมันเสร็จแล้ว ซึ่งก็แปลว่า มันทำให้ปัญหานี้ “เป็นทางการ” แล้วก็ทิ้งฉันไว้กับมัน

    ฉันมองโน้ตเรื่องโครงสร้างตึกอีกครั้ง สองชั้น ดาดฟ้า เพดานสูงชั้นล่าง แล้วก็ชั้นลอยเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่แนวตั้ง เหมือนตัวตึก เคยอยากทะเยอทะยานกว่านี้ แต่เปลี่ยนใจ หลังเห็นราคาค่าก่อสร้าง

    โน้ตเก่าของฉัน “ห้องอัด 3 ชั้น” ยังนั่งอยู่บนกระดาษ ผิดในทางเทคนิค เข้าใจได้ในทางอารมณ์ แล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยในทางกฎหมาย

    ฉันหาเบอร์โทร ที่ลอกมาจากโฆษณารีโนเวตแถวจุฬาฯ โฆษณาช่องเล็ก ๆ แบบนั้น ชอบสัญญาทุกอย่างในพื้นที่จำกัด รับรีโนเวทตึกแถว / ห้องซ้อม / ห้องอัด / ราคานักศึกษา คำว่า “ราคานักศึกษา” เป็นคำที่น่าสงสัยเสมอ ปกติมันแปลว่า งานจะราคาแพงเกินกว่านักศึกษาจะจ่ายไหว แต่ถูกเกินกว่าธนาคารจะเชื่อถือ

    ฉันกดโทรออก

    สายดังอยู่สี่ครั้ง ก่อนผู้ชายคนหนึ่งจะรับ น้ำเสียงของคน ที่เพิ่งตื่น หรือไม่ก็ใช้ชีวิตต่อรองกับปูนซีเมนต์มานานเกินไป จนทั้งสองฝ่ายเลิกแกล้งทำว่ามันเป็นการสนทนา

    ครับดุ่ยพูดครับ”

    สวัสดีครับพี่ผมกรณ์นะครับผมได้เบอร์พี่มาจากป้ายรับรีโนเวตแถวจุฬาฯ”

    อืมว่ามา”

    ดี ไม่มีคำทักทายประดับประดา ผู้ชายคนนี้มีหัวใจ อยู่คนละฝั่งกับสำนักงานเขตอย่างชัดเจน

    ผมอยากปรับปรุงตึกแถวครับเป็นพื้นที่ทำงานเสียงเบื้องต้นประมาณห้องอัดเล็กแต่ตอนนี้ขอทำแค่ให้ย้ายเข้าได้ก่อน”

    มีช่วงเงียบ ไม่ได้นาน แต่ก็มากพอ ให้ฉันรู้ว่าเขาเริ่มคิดราคาจากน้ำเสียงไปแล้ว

    ห้องอัดเสียงไม่ใช่ทาสีแล้วจบนะน้อง”

    ครับผมพอทราบครับ”

    ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ “ทราบ” ครบขนาดนั้นหรอก แต่การโกหกแบบถ่อมตัว ถูกกว่าการขอให้เขาแจกแจงความไม่รู้ของฉันเป็นรายการ

    ตึกกี่ชั้น”

    สองชั้นครับมีดาดฟ้าชั้นล่างเพดานสูงแล้วมีชั้นลอยอยู่ข้างใน”

    อืมแบบนั้นเสียงมันวิ่งสนุกเลย”

    ประโยคนั้นเจ็บ เพราะฉันเข้าใจมันทันที

    เขาพูดต่อ น้ำเสียงเรียบ ใช้งานได้จริง

    ถ้าจะทำงานเสียงอย่างน้อยต้องดูผนังฝ้าพื้นแล้วก็ช่องลมช่องประตูหน้าต่างไฟก็ต้องดูแยกโหลดได้ไหมปลั๊กเก่าอย่าไว้ใจมาก”

    ฉันก้มมองโน้ตตัวเอง

    ปลั๊กไฟน่าสงสัย

    ดูเหมือนแม้แต่ความกลัวของฉัน ก็ยังผ่านการรับรองจากคนในวงการแล้ว

    ห้องน้ำล่ะ”

    เก่าครับ”

    เก่าแบบใช้ได้หรือเก่าแบบเจ้าของเดิมทำบุญไว้เยอะ”

    ฉันมองแปลนตรงหน้า เหมือนมันน่าจะช่วยแก้ต่างให้ตัวเองได้

    น่าจะอย่างหลังครับ”

    งั้นต้องดูหน้างานก่อนพูดราคาในโทรศัพท์ไม่ได้เดี๋ยวโกหกทั้งคู่”

    นั่นอาจเป็นประโยคธุรกิจ ที่ซื่อสัตย์ที่สุด ที่ฉันได้ยินมาทั้งเดือน ฉันหยิบปากกาที่ใกล้ตายขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเขียน walls / ceiling / floor / power / bathroom / sound leak ทุกคำเริ่มดูไม่เหมือนงานก่อสร้าง แล้วเริ่มเหมือนสัตว์การเงินตัวเล็ก ๆ ที่กำลังรออาหารมากกว่า

    ถ้าทำแค่ให้ย้ายเข้าได้ก่อนยังไม่ต้องเต็มระบบพอเป็นไปได้ไหมครับ”

    ฉันถาม

    เป็นไปได้แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า‘พออยู่ได้’กับ‘ห้องอัด’คนละเรื่องกันนะ”

    ครับ”

    กันเสียงจริงแพงแต่ถ้าลดเสียงพอไม่ให้ข้างบ้านด่าอันนั้นอีกแบบ”

    นั่นแหละ มาตรฐานวิศวกรรมอย่างไม่เป็นทางการของกรุงเทพอภิวัฒน์ ไม่ใช่ความเงียบ แค่ลดเสียงได้พอ จะชะลอการล่มสลายทางสังคมออกไปอีกหน่อย

    ผมต้องย้ายออกจากห้องเก่าสิ้นเดือนครับ”

    ฉันบอก

    งั้นต้องรีบดูพรุ่งนี้ว่างช่วงสายไหม”

    ฉันไม่ได้เช็กอะไรเลย ไม่มีอะไรให้เช็กอยู่แล้ว ปฏิทินของฉัน กลายเป็นรายการผลลัพธ์จากการตัดสินใจก่อนหน้าไปแล้ว

    ว่างครับ”

    ส่งที่อยู่มาเดี๋ยวพี่ไปดูพรุ่งนี้ค่อยคุยว่าอะไรต้องทำก่อนอะไรอย่าเพิ่งฝัน”

    ได้ครับขอบคุณครับพี่”

    เออแล้วอย่าเพิ่งซื้อของเองนะซื้อผิดทีเสียเงินสองรอบ”

    สายตัดไปทันที

    ฉันยังถือหูโทรศัพท์ค้างไว้อีกวินาที ฟังสัญญาณสายว่าง เหมือนมันอาจมีคำแนะนำเพิ่มเติม ถึงตอนนั้น รายการของ Phase 1 ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างแล้ว มันไม่ใช่ความพยายามสุภาพ ที่จะย่อความฝันให้เล็กลงอีกต่อไป มันเริ่มกลายเป็นรายการของสิ่ง ที่ต้องถูกแตะ ถูกรื้อ ถูกเปลี่ยน ถูกจ่ายเงิน แล้วก็ถูกเถียงกัน

    เสียงไม่ใช่แค่เมโลดี้ เนื้อเพลง ความทรงจำ หรือความปวดหนึบโง่ ๆ จากการอยากมีห้องสักห้อง ที่คนจะถูกได้ยินอีกแล้ว เสียงกลายเป็นความหนาของผนัง

    สายไฟเก่า กระเบื้องห้องน้ำ ช่องว่างใต้ประตู ค่าแรง แล้วก็นัดดูสถานที่พรุ่งนี้

    ฉันดึงกระดาษเปล่าเข้ามาใกล้ตัว เขียนคำหนึ่งไว้ด้านบน

    เสียง”

    ใต้คำนั้น ฉันเขียนเพิ่ม

    ต้องขอด้วยเหรอ?”

    แล้วหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เพราะดูเหมือนแม้แต่ความซื่อสัตย์ ก็ถูกคิดค่าบริการเหมือนกัน

    ฉันเลยเขียนเพิ่มอีกบรรทัด

    ต้องจ่ายด้วย”

    ลาเต้ เขาโผล่มาโดยไม่ประกาศตัว เหมือนทุกครั้ง ก้าวขึ้นมาบนขอบโต๊ะ แล้วก้มดมกระดาษ ครั้งนี้เขาไม่ได้นั่งทับมัน ซึ่งกลับทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิม ดูเหมือนว่าแม้แต่ลาเต้ ก็ยังรู้ว่าเอกสารบางอย่างไม่ควรไปนั่งทับเล่น

    Sponsored Ads

    ———————
    รายการอุปกรณ์สำหรับอนาคตของคนจน

    กลางคืนมาถึง ด้วยความมั่นใจแบบใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้จ่าย ห้องมืดลงแล้ว แต่ไม่ได้เงียบลง

    ที่ไหนสักแห่งข้างนอก มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งไอตัวเองจนตื่น โทรทัศน์จากอีกห้อง หัวเราะให้บางอย่าง ด้วยความกระตือรือร้นแบบอัดเสียงไว้ล่วงหน้า

    เมืองยังคงสร้างเสียงต่อไป โดยไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องมีใบยินยอม แล้วก็ไม่ต้องรออนุมัติชั่วคราว ดูเหมือนจะมีแค่สตูดิโอในอนาคตของฉัน ที่ต้องประพฤติตัวให้เรียบร้อย

    รายการของ Phase 1 ยังวางอยู่ข้างกระดาษ ที่ฉันเขียนคำว่า

    เสียง”

    ต้องขอด้วยเหรอ?”

    แล้วก็

    ต้องจ่ายด้วย”

    แค่นั้นก็น่าจะนับเป็นความอับอาย ที่เพียงพอสำหรับหนึ่งวันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า ฉันหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา ถ้าห้องนี้จะใช้งานได้จริงสักวัน มันก็ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ใช่สตูดิโอเต็มรูปแบบ

    ไม่ใช่สตูดิโอประเภท ที่นิตยสารถ่ายด้วยแสงนุ่ม ๆ แล้วเขียน caption ว่า “creative sanctuary” ฉันไม่ได้ต้องการอนาคตแบบนั้น ฉันต้องการแค่เวอร์ชัน ที่คนมีเงินไม่พอ ยังพยายามสร้างได้ เพราะถ้าไม่มีอุปกรณ์พวกนั้น ห้องนี้ก็จะเป็นแค่กล่องรีโนเวต ที่กำลังพยายามเรียกตัวเองว่า “ความฝัน”

    ฉันเริ่มเขียนรายการพื้นฐานลงไป

    ไมโครโฟน condenser

    กล่อง audio interface

    หูฟังมอนิเตอร์

    ลำโพงมอนิเตอร์

    คอมสำหรับ DAW

    MIDI keyboard

    โปรแกรมทำเพลง

    ประมาณแปดวินาทีแรก รายการมันดูสะอาดดี แล้วฉันก็ดันทำพลาด ด้วยการเริ่มจัดหมวดมัน “ต้องใช้เร็ว ๆ นี้” “ไว้ทีหลัง” “ไว้ทีหลังมาก ๆ” และ “อย่าพูดเล่นเลย”

    ไมโครโฟนกับ กล่อง audio interface ถูกโยนเข้า “ต้องใช้เร็ว ๆ นี้” เพราะแม้แต่ความจน ก็ยังเคารพ signal flow หูฟังตามไปทีหลัง หลังผ่านการถกเถียงทางศีลธรรมเล็กน้อย ส่วน monitor speakers ลอยอยู่เหนือกระดาษ เหมือนความคิดเห็นราคาแพงชิ้นหนึ่ง

    ฉันย้ายมันไปไว้ “ไว้ทีหลัง” จ้องคำนั้นอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ย้ายไป “ไว้ทีหลังมาก ๆ”

    คอมสำหรับ DAW อยู่ในหมวดของตัวเอง ส่วนใหญ่เพราะฉัน ยังไม่มีแรงพอจะตั้งชื่อมันอย่างซื่อสัตย์ โปรแกรมทำเพลง ถูกโยนไปอยู่ใต้หมวด “อย่าพูดเล่นเลย”

    แน่นอนว่าโลกนี้มีของเถื่อน นี่มันกรุงเทพอภิวัฒน์ ปี 2001 คอมพิวเตอร์ครึ่งเมือง ยังรอดมาได้ด้วยโปรแกรมก๊อป ฟอนต์เถื่อน แล้วก็ความเชื่อเงียบ ๆ ว่า ลิขสิทธิ์เป็นเรื่องของคนมีเงิน

    แต่ถ้าฉันกำลังสร้างห้อง ที่ “เครดิต” ยังสำคัญอยู่ การเริ่มต้นด้วยเครื่องมือขโมยมา มันก็ฟังดูผิดบทไปหน่อย ฉันเกลียดเวลาศีลธรรมแพงขึ้นมา

    ลาเต้โผล่ขึ้นมาบนโต๊ะโดยไม่ประกาศตัว ตามปกติ เพราะสำหรับเขา ประตูก็เป็นแค่ “คำแนะนำ” มากกว่ากฎ เขาเดินข้ามบรรทัดไมโครโฟน เมินหูฟัง แล้วทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนคำว่า “ลำโพงมอนิเตอร์”

    ตรงนั้นแพงครับ”

    ฉันบอกเขา เขามองกลับมา ไม่ได้กะพริบตา แค่มอง จากนั้นเขาก็วางคางลงบนคำว่า “ไว้ทีหลัง” ด้วยอำนาจเงียบ ๆ แบบเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่กำลังปฏิเสธสินเชื่อ

    ฉันเข้าใจคำใบ้ทันที เลยตีกรอบรอบของที่จำเป็นจริง ๆ สตูดิโอจะไม่ได้เริ่มต้นแบบ “พร้อมทุกอย่าง” มันจะเริ่มจากคำว่า “พอ”

    พอจะอัดได้ พอจะฟังแบบแย่ ๆ แล้วกลับมาฟังใหม่อีกรอบ

    พอจะทำผิดพลาด ในห้องที่อย่างน้อย ก็พยายามไม่ปล่อยทุกเสียง รั่วเข้าไปในชีวิตของเพื่อนบ้าน

    มันไม่โรแมนติกเลย แต่มันใช้งานได้จริง ฉันวางรายการอุปกรณ์ซ้อนกับแผน Phase 1 รายการเอกสาร แล้วก็โน้ตจากผู้รับเหมา กระดาษสี่แผ่นบาง ๆ สี่วิธีที่อนาคต จะเรียกเก็บค่าเข้าจากฉัน

    พรุ่งนี้พี่ดุ่ยจะเข้าไปดูตึกแถว พรุ่งนี้ความฝัน จะต้องตอบคำถามด้วยปูน ฝุ่น สายไฟ แล้วก็กระเบื้องห้องน้ำเก่า

    ส่วนคืนนี้ มันมีแค่รายการหนึ่งใบ กับแมวหนึ่งตัว ที่กำลังนั่งทับส่วน ที่ฉันยังไม่มีปัญญาจ่ายไหว

    Sponsored Ads

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note