You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index



    ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงแอร์ที่ยังค้างอยู่หลังหู ไม่ใช่แอร์ในห้องฉัน ของฉันมันมีบุคลิกเหมือนยุงหมดแรง และงบประมาณระดับคำขอโทษจากภาครัฐ แต่เสียงนี้ มันสะอาดกว่า เย็นกว่า แล้วก็แพงกว่า ห้อง C ตามฉันกลับมาบ้านเฉยเลย เหมือนย้ายทะเบียนอารมณ์เข้ามาโดยไม่ถามเจ้าของห้อง

    Sponsored Ads

    “ดึงดัน feat. Nina” ยังวนอยู่ในหัว น้ำหนักเสียงพี่ต้นในไลน์หลัก เสียงของนีน่าที่ตัดผ่านโดยไม่ต้องยกโวลลุ่ม ท่อนบริดจ์ที่เพลงเลิกแกล้งทำเป็นดูเอ็ต แล้วกลายเป็นการเถียงกันแบบใช้ไมค์ดี ๆ ฮุคกลับมารอบหนึ่ง แล้วก็อีกรอบ แล้วก็อีก เพราะสมองฉันมันใจดีพอ ๆ กับสถานีวิทยุที่มีสปอนเซอร์เป็นน้ำอัดลม

    ฉันลืมตาข้างหนึ่ง ลาเต้เขายึดเทป DAT ไปแล้ว ไม่ใช่ขโมย เพราะงั้นต้องมีความรู้สึกผิด เขาแค่ “เข้าครอบครอง” กล่องพลาสติกสีดำวางอยู่ข้างที่นอน แล้วเขาก็นอนทับมันอยู่ ด้วยความมั่นใจระดับตราประทับราชการที่ลงผิดหน้าแต่ก็ไม่มีใครแก้

    มาสเตอร์จากเมื่อคืน หลักฐานว่าแปดคนที่เหนื่อย หนึ่งวิศวกรที่ใจร้อน กับนักแต่งเพลงค่าแรงต่ำหนึ่งคน สามารถเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นเสียงได้ ตอนนี้กลายเป็นหมอนแมว ของแมวที่ไม่เคยเซ็น release form ในชีวิต

    ฉันมองเขา

    เขาไม่ขยับ

    แน่นอน

    ในห้องนี้ กฎหมายทรัพย์สินเป็นแค่ทฤษฎี แต่อำนาจแมวมีผลบังคับใช้ทันที

    รู้ใช่ไหมว่านั่นมันสำคัญ” ฉันพูด

    หางของเขาขยับหนึ่งครั้ง ไม่ใช่การตอบรับ มันคือการตอบแบบหน่วยงานราชการ ที่แปลว่า “รับเรื่องแล้ว และจะไม่ตอบกลับ”

    ฉันลุกขึ้นนั่งช้า ๆ

    คอมีเสียงกร๊อบสองจุด ฟังดูเป็นมืออาชีพมากกว่าแผนชีวิตของฉันอีก ห้องก็ยังเป็นห้องเดิมที่อ่อนนุช ในตอนเช้าแบบเดิม ม่านครึ่งปิด แสงรั่วผ่านผ้าถูก ๆ ฝุ่นสีเทาเกาะพัดลม แก้วเปล่าอยู่ข้างสมุด กลิ่นกาแฟซองที่ยอมแพ้ตั้งแต่เมื่อคืนยังค้างอยู่

    ข้างนอก มีคนลากประตูเหล็กด้วยความนุ่มนวลระดับนโยบายประเทศ แม่ค้าตะโกนขายอาหารเช้า มอเตอร์ไซค์พยายามมีตัวตน กรุงเทพฯ เริ่มวันใหม่ ด้วยการแกล้งทำว่าไม่มีใครข้างในมันเหนื่อย

    โน้ตบุคของฉันรออยู่บนโต๊ะ Toshiba Dynabook Edu-Pro RB51 ตอนปิดมันดูไร้พิษภัยดี ซึ่งของอันตรายส่วนใหญ่ก็ชอบดูแบบนั้น

    ฉันซื้อมาเพื่อแต่งเพลง เปิดไฟล์เสียง แก้ metadata แล้วก็เช็กเมล ไม่มีใครบอกตอนซื้อว่า การเช็กเมล สุดท้ายจะกลายเป็นการเช็กว่า “ชื่อคุณยังรอดอยู่ไหม” ในวงการนี้

    โทรศัพท์ดัง ฉันคิดว่าจะปล่อย แล้วก็จำได้ว่า คนที่โทรมาก่อนเที่ยงมีอยู่สามประเภท

    เจ้าหนี้ แม่ กับผู้หญิงที่เข้าใจเอกสารมากกว่าความเมตตา

    ฉันรับสาย

    ครับ”

    ไม่มีคำทักทาย

    ดุจดาวไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่ “ข้อมูลใช้งานได้”

    ส่งเอกสารเครดิตกับสัญญา session ให้ทางเมลแล้วนะ เช็กด่วนก่อนเที่ยง”

    ตรง สั้น มีประสิทธิภาพ

    เหมือนคลิปหนีบกระดาษที่ถูกวางในตำแหน่งพอดีสำหรับบาดนิ้ว

    จะเช็กให้ครับ”

    เสียงฉันฟังดูตื่นพอจะรับผิดชอบทางกฎหมายได้ อันตราย

    สายตัด

    ฉันนั่งค้างกับหูฟังอยู่หนึ่งวินาทีที่ไร้ประโยชน์ ก่อนจะวางลง

    มอง Dynabook อีกครั้ง ส่วนลาเต้เขายังนอนอยู่บน DAT ดูเหมือนมาสเตอร์เมื่อคืน ยังอยู่ในขั้น “พิจารณาเบื้องต้น”

    ฉันเปิดโน้ตบุ๊ก เครื่องส่งเสียงบ่นเบา ๆ หน้าจอสว่างขึ้นเหมือนข้าราชการที่ถูกบังคับให้ทำงานหลังพักเที่ยง โมเด็มเชื่อมต่อด้วยเสียงกรีดร้อง ฟังดูเหมือนปีศาจตัวเล็กถูกบังคับให้กรอกฟอร์มภาษาอังกฤษ

    ใน RB51 ความก้าวหน้ามักมาแบบกรีดร้อง แล้วค่อยถามรหัสผ่าน

    Inbox ค่อยๆ แสดงผล

    อีเมลปี 2001 ไม่ได้ “โหลด” มัน “ต่อรอง”

    ข้อความแรก ๆ โผล่มา โฆษณาหูฟังราคาลดที่ฉันยังซื้อไม่ได้ ฟอร์เวิร์ดมุกที่มีเครื่องหมายวรรคตอนสิบสองชั้น แล้วก็จดหมายข่าวร้านอุปกรณ์ที่บอกว่า “เสียงระดับมืออาชีพสำหรับนักสร้างอิสระ” ซึ่งก็ใจดีดี เพราะนักสร้างอิสระส่วนใหญ่มีแค่ความหิวระดับมืออาชีพ กับค่าเช่าห้องระดับสมัครเล่น

    แล้วอีเมลดุจดาวก็มา

    หัวเรื่องเรียบร้อย

    เนื้อหาสั้น

    ไฟล์แนบสองไฟล์ เหมือนสัตว์กฎหมายตัวเล็ก ๆ สองตัว

    ‘feat_NINA_session.pdf’ และ ‘credit_form.doc’

    ฉันเปิด PDF ก่อน

    ช้า แบบมั่นใจในตัวเอง

    PDF เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยม ถ้าคุณอยากทำให้เอกสารดูเหมือน “ไม่มีอะไรต้องคุยอีกแล้ว” มันไม่เคยชวนคุณคุย มันมาเลย เรียบร้อย เป๊ะ พร้อมความมั่นใจเงียบ ๆ แบบคนที่เลือกที่ให้คุณเซ็นไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณจะได้อ่านมันด้วยซ้ำ

    ฉันไม่ได้อ่านลึก ยังไม่ถึงเวลาจะไปนั่งไล่อ่านข้อกำหนดพวกนั้นตั้งแต่ก่อนกาแฟ ส่วนที่สำคัญมันอยู่แล้ว session, credit, ชื่อ, โครงสร้าง กลไกน่าเบื่อนั่นแหละ ที่ทำให้เสียงเมื่อคืน กลายเป็นสิ่งที่ “มีตัวตนได้จริง” นอกห้องนี้

    แล้วฉันก็เปิด ‘credit_form.doc’

    ฟอร์มเครดิตเล็กกว่าสัญญา แต่กลับอันตรายกว่าแบบสุภาพ สัญญาจะขู่คุณตรง ๆ แต่ฟอร์มเครดิตจะยิ้มให้ แล้วถามดี ๆ ว่า “ชื่อคุณควรอยู่ตรงไหน” เหมือนประวัติศาสตร์เป็นแค่ช่องว่าง รอใครสักคนที่มือสะอาดพอจะพิมพ์มันลงไป แค่เลื่อนช่องผิด สะกดชื่อพลาด หรือปล่อยคำว่า “to be confirmed” ไว้ คนหนึ่งคน ก็หายไปจากเรื่องเล่า เหลือแค่บัญชีที่ยังรับเงินได้

    ฉันเซฟไฟล์ทั้งสอง ไม่ใช่เพราะการเซฟมันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย มันไม่ได้ช่วยอะไรแบบนั้น ฉันเซฟไว้ เพราะในเมืองนี้ ถ้าระบบจะลบคุณออกไป อย่างน้อย คุณก็ควรมีสำเนาของยางลบไว้กับตัว

    โฟลเดอร์นั้นรกไปด้วยเดโม โน้ต แล้วก็ชื่อไฟล์ที่ดูเหมือนถูกตั้งโดยคนที่กำลังต่อรองกับความง่วง ฉันวางเอกสารสองไฟล์นั้นไว้ข้าง Idea_Nina01.txt

    ไฟล์นั้นอยู่มาตั้งแต่เมื่อคืน ตอนที่หัวฉันดังเกินจะนอน แต่เหนื่อยเกินจะเขียน ฉันเปิดมัน มีแค่บรรทัดเดียว

    เสียงที่ไม่ขอโทษ ต้องการคำตอบที่ไม่ยกโทษให้.”

    ฉันอ่านหนึ่งรอบ

    แล้วก็อีก

    มันยังไม่ใช่เนื้อเพลง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ เหมือนลูกบิดประตูมากกว่า อะไรบางอย่างที่มือคุณไปเจอก่อน ที่สมองจะยอมรับว่ามี “ประตู” อยู่ตรงนั้น

    เสียงของนีน่าจากเมื่อคืนย้อนกลับมา

    ไม่ใช่เสียงที่ถูกขัดเกลา ไม่ใช่เวอร์ชันสาธารณะที่ประกอบขึ้นจากแสง มุมกล้อง และความเงียบที่คุมไว้พอดี

    แต่อีกเสียงหนึ่ง เสียงที่ไม่เคยขออนุญาต ก่อนจะเข้าไปอยู่ในบรรทัดนั้น

    ฉันมองหน้าจออีเมล

    เคอร์เซอร์กระพริบในช่องว่าง ปาฏิหาริย์ยุคใหม่ เส้นตั้งหนึ่งเส้น รอจะพังทุกอย่าง

    ฉันพิมพ์อะไรได้

    ขอบคุณเมื่อคืนครับ

    ไม่

    ลองฟังดูนะครับ

    แย่กว่าเดิม

    ผมคิดว่าเพลงนี้—

    ไม่เอา

    คำอธิบายมันมีประโยชน์ ถ้าคุณเชื่อในภาษา มากกว่าจังหวะ

    แต่ฉันไม่ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เช้านี้

    ฉันแนบไฟล์ เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม_demo_take2.wav

    ไฟล์มันอยู่ใต้ช่องที่อยู่ผู้รับ ธรรมดา ไม่มีอะไรโรแมนติก ไม่มีริบบิ้น ไม่มีพิธี ไม่มีพารากราฟที่พยายามพิสูจน์ว่าฉันเข้าใจเธอ มีแค่ waveform ที่ถูกบีบอัดเป็นชื่อไฟล์ รอออกจากห้องนี้ ไปกลายเป็นปัญหาของคนอื่น

    ฉันเลื่อนเคอร์เซอร์ออกจากช่องข้อความ

    ปล่อยว่างไว้

    แล้วกดส่ง อีเมลถูกส่งออกไป ไม่มีเนื้อหา ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีรอยยิ้มท้ายประโยค

    มีแค่ไฟล์

    มีแค่เสียง

    ส่วนลาเต้ เขายังไม่ขยับจาก DAT เสียงเก่า ยังอยู่ในขั้นพิจารณา

    Sponsored Ads

    ———————
    สองห้อง หนึ่งบรรทัด

    นีน่าเปิดไฟล์นั้นผ่านลำโพงคอม ลำโพงที่ไม่เคยสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ มีแค่เสียงดังให้พอใช้ มันวางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง กล่องพลาสติกเล็ก ๆ สองตัว หน้ากากตะแกรงสีเงิน พร้อมเสียงฮัมจาง ๆ ที่แฝงอยู่หลังทุกโน้ต

    ลำโพงแบบที่เซลส์คอนโดจะเรียกว่า“เครื่องเสียงสำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่”ถ้าเขาไม่เคยติดอยู่ในห้องอัดกับโปรดิวเซอร์ที่ขอ “เอาอีกเทค”เพราะความรู้สึกยัง “ไม่พอ”

    ชื่อไฟล์ดูธรรมดาบนหน้าจอ

    เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม_demo_take2.wav

    ไม่มี subject line เล่นคำ ไม่มีข้อความจากกรณ์ ไม่มีพารากราฟสุภาพที่บอกว่าเธอควรรู้สึกอะไร มีแค่ไฟล์หนึ่งไฟล์ นั่งอยู่ใน inbox เหมือนมันเข้ามาโดยบังเอิญ และรู้ดีพอจะไม่ขอโทษ

    เธอกด play

    ห้องไม่ได้เปลี่ยน นั่นคือสิ่งแรกที่เธอสังเกต ไม่มีสปอตไลต์ ไม่มีไฟ ON AIR สีแดงเหนือกระจก ไม่มีวิศวกรยกสองนิ้วหลังคอนโซล

    ไม่มีใครบอกให้เธอร้องท่อนแรกให้นุ่มลงอีกหน่อยแต่จำง่ายขึ้น”

    ซึ่งในภาษาวงการ มักจะแปลว่า ลดความเป็นผู้หญิงลงแล้วเพิ่มความเป็นสินค้า”

    เดโมมันออกมาเล็ก

    ไม่ใช่อ่อน

    เล็ก

    ความต่างมันมีอยู่ แต่นีน่าก็ใช้ชีวิตมาพอแล้ว กับคนที่จ่ายเงินให้เธอ ทั้งที่ยังแยกมันไม่ออก

    เมโลดี้ไหลผ่านลำโพงพร้อมความหยาบของบางอย่างที่ยังไม่ได้ถูกเตรียมไว้สำหรับสายตาคนอื่น ลมหายใจอยู่ใกล้ไมค์เกินไป คอร์ดตกลงมาโดยไม่มีการเก็บงานให้สวย

    ห้องเก็บความไม่สมบูรณ์พวกนั้นไว้ แต่ก็ไม่ส่งต่อให้ใครตรวจ

    ข้างนอกหน้าต่าง เมืองยังเดินเครื่องตามปกติ เสียงเครื่องยนต์ เสียงก่อสร้างไกล ๆ เสียงแม่ค้าที่ยืดบางลงเพราะรถติด เสียงโลหะถูกลากบนพื้นปูน กรุงเทพฯ มีหลายวิธี ในการเตือนคนว่า “ความเงียบ” เป็นของแพง

    แต่นีน่าก็ยังฟัง

    บนโต๊ะข้างลำโพง กระดาษโน้ตวางอยู่ตรงที่เธอทิ้งไว้

    ลายมือของกรณ์ไม่ได้สวย

    มันเหมือนคนที่พยายามจับความคิดไว้ ก่อนที่ความคิดนั้นจะยื่นเรื่องลาออกแล้วหายไป

    ไม่ใช่เสียงใหม่แค่เสียงที่คนฟังยังไม่เคยฟังจริงๆ”

    เธออ่านมันหนึ่งรอบ ตอนเดโมยังเล่นอยู่ แล้วอ่านอีกครั้ง ตอนท่อนแรกวนกลับมา ประโยคนั้นทำให้เธอหงุดหงิดนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะมันผิด แต่เพราะมัน “สะอาด” เกินไป สำหรับสิ่งที่ใช้เวลาหลายปี กว่าจะกลายเป็นเรื่องชัดเจน

    “เสียงใหม่” เป็นคำที่คนชอบใช้ เวลาจะขายผู้หญิง โดยไม่ต้องยอมรับว่าแค่เปลี่ยนแพ็กเกจ เสียงใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่ ทิศทางใหม่ กรงเดิม แค่ทาสีใหม่ รอยยิ้มเดิม ปรับองศาอีกนิดให้เข้ากับแสงนิตยสาร เธอเคยถูกเรียกว่า “ใหม่” มาหลายแบบ

    สด

    โตขึ้น

    เกิดใหม่

    ปลอดภัยขึ้น

    ไม่มีคำไหนเลย ที่ถามตั้งแต่แรกว่า… มีใครฟังเธอจริง ๆ ไหม

    นีน่าเอื้อมไปหยิบดินสอ เธอไม่รีบ ความรีบ ทำให้ลายมือดูเหมือนคำสารภาพ บนสมุดข้างตลับเทป เธอเขียน

    ขอบคุณที่ไม่ให้ร้องแบบ‘ผู้หญิงที่เหมาะกับตลาด’”

    เธอหยุดตรงเครื่องหมายคำพูด ประโยคนี้ ดูไม่สุภาพพอบนกระดาษ

    ดีแล้ว

    ความสุภาพ ทำลายอะไรไปพอแล้วในเมืองนี้

    มันเซ็นสัญญา มันทำให้บทสัมภาษณ์นุ่มลง มันอนุมัติปกอัลบั้ม แล้วก็สอนให้ผู้หญิงเรียก “การเชื่อฟัง” ว่าเป็นมืออาชีพ ถ้าแสงมันแพงพอ

    เธอวางดินสอลง

    เดโมยังเล่นต่อ

    อีกฝั่งของห้องกระจก สะท้อนใบหน้าเธอกลับมา แม่นยำพอ ๆ กับพาดหัวข่าวที่ตั้งใจเขียนผิดตั้งแต่แรก โหนกแก้มเดิม ปากเดิมที่ถูกฝึกไม่ให้ตอบเร็วเกินไป ดวงตาเดิมที่รู้ตำแหน่งกล้องแม้จะไม่มีใครยกมันขึ้นมา

    ผู้หญิงคนเดิมจาก ห้อง B

    แต่ไม่ใช่คนเดิม

    เมื่อคืนมีเครื่อง DAT มีไมโครโฟน มีเสียงพี่ต้นดันไลน์อยู่

    และมีกรณ์อยู่นอกห้องอัด ไม่ชม ไม่ช่วย ไม่แต่งเพลงให้สวยด้วยคำพูด

    แค่ฟัง

    เหมือนว่าเทคมันจะบอกเองว่า มันเจ็บตรงไหน ถ้าทุกคนยอมเงียบให้นานพอ การฟังแบบนั้น มันอันตราย มันทำให้คำสั่งเก่า ๆ ฟังดูไร้สาระทันที

    นีน่าลุกขึ้น เดินไปที่คีย์บอร์ดข้างผนัง มันไม่ใช่เครื่องแพง เครื่องแพงมีนิสัยชอบทำหน้าผิดหวัง ตั้งแต่ก่อนมีใครกล้าแตะมัน ตัวนี้แค่รอ โดยไม่ตัดสินอะไร ซึ่งก็ยังดีกว่าคนในวงการครึ่งหนึ่ง

    เธอวางนิ้วลงเหนือคีย์ D major

    ยังไม่กด

    เดโมมาถึงท่อนที่เมโลดี้เปิดขึ้น ไม่เว่อร์ ไม่เหมือนท้องฟ้าในโฆษณา เหมือนหน้าต่างที่ถูกทาสีทับมานาน แล้วเพิ่งนึกได้ว่า มันไม่ใช่ส่วนของผนัง

    เงาสะท้อนของเธอยังอยู่ตรงมุมกระจก เรียบร้อย ใช้งานได้ เหนื่อยนิดหน่อย

    เธอกดคอร์ด

    D major เข้ามาในห้องครั้งเดียว

    ตรง

    ไม่มีตกแต่ง ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีการปรับให้เข้าตลาด เสียงนั้น ไม่ได้ทำให้เธอนุ่มลง แต่มันทำให้ห้องนี้ โกหกได้ยากขึ้น

    นีน่าฟังเสียงคอร์ดค่อย ๆ จางไป รวมกับเสียงฮัมของลำโพง เสียงเมืองข้างนอก เช้าที่ไม่ยอมกลายเป็นบทกวีให้ใครง่าย ๆ เธอมองประโยคบนสมุดอีกครั้ง

    ขอบคุณที่ไม่ให้ร้องแบบ‘ผู้หญิงที่เหมาะกับตลาด’”

    แล้วก็มองชื่อไฟล์บนหน้าจอ

    เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม_demo_take2.wav

    เธอกด D major อีกครั้ง

    คราวนี้ คำถามนั้นไม่ได้ขอให้สวยงาม

    “เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม”

    Sponsored Ads

    ———————
    แบบร่าง ผนัง และแมวหนึ่งตัว

    ฉันกางแปลนตึกแถวออกบนโต๊ะ ใช้ขอบมือรีดรอยยับให้เรียบ กระดาษแผ่นนี้ผ่านอะไรมาเยอะ พับแล้วพับอีก ยัดใส่กระเป๋าจนจำไม่ได้กี่รอบ มันดูเหมือนเอกสารที่รอดมาจากสงครามราชการ ซึ่งในแง่หนึ่ง มันก็ใช่ สองชั้น หนึ่งดาดฟ้า บันไดที่ส่งเสียงทุกครั้งที่เหยียบ ห้องน้ำที่ใช้ได้…เกือบตลอดเวลา

    นี่คือตึกที่ฉันเช่า ตึกที่ฉันยอมจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปสองปี ตึกที่ตอนนี้ฉันกำลังพยายามจินตนาการให้มันเป็นอย่างอื่น นอกจากพื้นที่ว่าง ที่รอจะถูกเติมด้วยความเสียดาย

    ฉันหยิบปากกาสีแดงขึ้นมา แล้วเริ่มวงพื้นที่บนแปลน

    ไม่ใช่แบบมั่นใจ ออกแนวครูตรวจข้อสอบมากกว่า ที่คำตอบทุกข้อ “ถูก” แต่ก็ผิดในแบบที่อธิบายไม่ได้

    Post-it มาเป็นชุดถัดไป ฉันแปะมันลงบนผนังข้างแปลน เรียงเป็น checklist ที่ดูเหมือนการเจรจาตัวประกันมากกว่าแผนรีโนเวต

    • ห้องอัด 3 ชั้น
    • ห้องน้ำ 2
    • ครัวเล็ก 1
    • โซนแมว 1
    • ดาดฟ้า

    ฉันหยุดตรง “โซนแมว 1” ขีดเส้นใต้สองครั้ง แล้วก็วงตำแหน่งบนแปลน จุดที่คิดว่าน่าจะเป็นที่นอนของเขา เงียบ ไม่เกะกะ ไม่โดนใครรบกวน ซึ่งแน่นอน เขาจะไม่ใช้มัน

    ฉันหันไปมองเขา เขานอนอยู่บนพื้น ทับคำว่า “ห้องมิกซ์” ที่ฉันเขียนไว้ในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง ไม่ใช่ข้าง ๆ ไม่ใช่ใกล้ ๆ ทับมันตรง ๆ ตัวเขาบดบังตัวอักษรจนหมด เหมือนเพิ่งตรวจสอบแปลนของฉันแบบเงียบ ๆ แล้วสรุปว่าห้องนี้ยังรอพิจารณา”

    เขาไม่อนุมัติเหรอ” ฉันพึมพำ

    หางของเขาสะบัดหนึ่งครั้ง นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่ฉันจะได้

    ฉันหันกลับมาที่โต๊ะ ซีดีสองแผ่นวางอยู่ข้างกัน แผ่นหนึ่งเขียนด้วยลายมือฉัน “ดึงดัน feat. Nina” อีกแผ่นพิมพ์ “เจ้าหญิงคนต่อไป”

    สองเสียง

    สองระบบ

    สองเวอร์ชันของสิ่งที่ “เสียงผู้หญิง” ควรจะเป็นในเมืองนี้

    แผ่นหนึ่งถูกขัด ถูกแพ็ก แล้วก็ถูกขายโดยศักดินา ในฐานะ “รูปทรงใหม่ที่ยอมรับได้” ของเสียงผู้หญิงวัยรุ่น อีกแผ่นถูกอัดในห้องเช่า กับวง เครื่อง DAT และความจริง ที่ไม่มีทางใส่ลงใน press release ได้ มันไม่ควรอยู่ในห้องเดียวกันด้วยซ้ำ พูดกันตรง ๆ มันไม่ควรอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันตั้งแต่แรก

    แต่ตอนนี้ มันอยู่บนโต๊ะฉัน เพราะฉันคือคนที่ถือมันไว้ทั้งสองแบบ

    ฉันหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง จ้องแปลน วงกลมกับโน้ตเริ่มเบลอรวมกัน Post-it ดูเหมือนกำลังจะหลุดจากผนัง กาวราคาถูก พยายามแกล้งทำเป็นความผูกพัน

    สตูดิโอแบบไหน ถึงจะรองรับเสียงสองแบบนี้ได้ พื้นที่แบบไหน ถึงจะปล่อยให้นีน่าร้อง โดยไม่ต้องถูกสั่งให้เบาลง ขายง่ายขึ้น หรือกลืนง่ายขึ้น ที่แบบไหน ถึงจะมีอยู่ได้จริง ที่เสียงเงียบ ๆ เสียงที่วงการไม่เคยคิดจะตั้งไมค์ให้ จะถูกได้ยิน

    ฉันหยิบกระดาษแผ่นใหม่ เขียนประโยคเดียวไว้ด้านบน

    สตูดิโอแบบไหนที่เสียงเงียบของคนธรรมดาก็ได้ออกอากาศ?”

    คำถามนั้นวางอยู่ตรงนั้น

    ไม่มีคำตอบ

    เขายังไม่ขยับ ยังทับคำว่า “ห้องมิกซ์” เหมือนเดิม

    ซีดียังอยู่ที่เดิม Post-it ยังแปะเต็ม ด้วยความตั้งใจแบบคนที่รู้ว่าพรุ่งนี้จะร่วง แปลนก็ยังเป็นแค่แปลน แต่รอยขีดบนกระดาษ ที่เกิดจากเล็บของเขา ลากผ่านคำว่า “ห้องมิกซ์” นั่นต่างหาก

    ที่ดูเหมือน “ลายเซ็นแรก”

    Sponsored Ads

    ———————
    เบอร์ที่ไม่ค่อยโทร

    ฉันจ้องหมายเลขโทรศัพท์ที่เขียนอยู่มุมสัญญาเช่า มันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่วันที่ฉันเซ็น ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือเล็ก ๆ เหมือนทางหนีไฟ ที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้

    คุณแหม่ม เจ้าของตึก ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ ทำโรงพิมพ์เล็ก ๆ อยู่แถวเดียวกัน และมีอำนาจเงียบ ๆ แบบที่ทำให้คุณต้องเช็กท่านั่งตัวเองก่อนจะพูด

    ฉันเลี่ยงไม่โทรหาเธอมาหลายสัปดาห์ ไม่ใช่เพราะกลัว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่การโทรไปบอกเจ้าของตึกว่า “ฉันจะรีโนเวตที่ของคุณให้เป็นสตูดิโอ” มันเป็นบทสนทนาแบบ ที่ต้องใช้ความมั่นใจ มากกว่าที่ฉันมีเหลืออยู่ในสต็อก

    แต่เสียงจากห้องข้าง ๆ เริ่มแย่ลง แรงสั่นผ่านผนัง เสียงของหนักถูกลากไปมาแบบไม่มีจังหวะ เสียงแบบที่เตือนคุณว่า “พื้นที่ส่วนตัว” เป็นแค่คำสุภาพ ในเมืองที่สร้างจากผนังร่วมกัน

    และถ้าฉันจะทำที่นี่ให้เป็นสตูดิโอ แบบจริง ๆ ไม่ใช่แค่จินตนาการบน Post-it ที่ถูกแมวขัดจังหวะ ฉันก็ต้องเลิกแกล้งทำว่า จะทำทั้งหมดนี้ได้โดยไม่แตะเอกสาร

    ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มันดังสามครั้ง ก่อนเธอจะรับ

    คุณแหม่มครับผมกรณ์ครับคนที่เช่าตึกแถวสุขุมวิท51”

    เสียงของเธอนิ่ง วัดจังหวะพอดี ไม่ใช้คำเกินความจำเป็น

    มีอะไรหรือคะ”

    ฉันสูดหายใจ

    ผมอยากปรึกษาเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ครับแล้วก็มีเสียงรบกวนจากห้องข้างบ้างครับอยากทราบว่าต้องดำเนินการยังไงบ้าง”

    มีช่วงเงียบ ไม่ยาว แต่พอให้รู้ว่า เธอกำลังตัดสินใจว่า บทสนทนานี้ควรใช้แรงแค่ไหน

    ส่งเมลมาได้ระบุรายละเอียดที่ต้องการปรับปรุงแล้วจะส่งแบบแปลนเก่าให้ดูถ้าจะยื่นขออนุญาตรีโนเวทต้องมีเอกสารสัญญาเช่าแปลนที่ชัดเจนกับรายละเอียดงานที่จะทำ”

    ฉันคว้าปากกา เขียนลงหลังแผ่นแปลน Email แบบแปลนเก่า สัญญาเช่า รายละเอียดการปรับปรุง

    เข้าใจแล้วครับผมจะส่งเมลให้เร็วที่สุดครับ”

    ดีถ้ามีอะไรเพิ่มเติมบอกได้”

    เธอวางสาย

    ไม่มีคำสุภาพปิดท้าย ไม่มี “โชคดีกับโปรเจกต์” ไม่มี “ถ้าต้องการความช่วยเหลือบอกได้”

    มีแค่ข้อมูล ส่งมาแบบตรง ด้วยประสิทธิภาพของคน ที่เห็นผู้เช่ามาแล้วมากพอ จนรู้ว่าความฝันส่วนใหญ่ ตายก่อนจะถึงขั้นยื่นเอกสาร

    ฉันวางโทรศัพท์ลง มองโน้ตที่เขียนไว้ แบบแปลนเก่า สัญญาเช่า รายละเอียดการปรับปรุง ส่งเมล

    เรียบง่าย ตรงไปตรงมา น่ากลัว

    ที่พื้น ลาเต้ยืดตัว หางลากผ่านมุมแปลน ตรงที่คำว่า “ห้องมิกซ์” ยังโผล่พ้นใต้ตัวเขา เขาไม่ขยับ เขาไม่เคยขยับ ตอนที่มันสำคัญ

    ฉันมองไปที่ผนัง ฝั่งที่เมื่อกี้ยังมีเสียง ตอนนี้เงียบ แต่ฉันรู้ มันจะกลับมา เสียงในเมืองนี้ มันกลับมาเสมอ คำถามไม่ใช่ว่าฉันจะกันมันได้ไหม แต่คือ ฉันจะสร้างอะไรที่อยู่ร่วมกับมันได้หรือเปล่า

    ฉันเปิดสมุด เขียนประโยคเดียวบนหน้าว่าง

    วันส่งแบบแปลน= วันเริ่มเอาจริง”

    วันที่ฉันส่งแปลน คือวันที่มันจะเลิกเป็น “ไอเดีย” แล้วกลายเป็นปัญหา ที่ต้องแก้ด้วยเอกสาร การอนุญาต และความอดทน ที่ฉันไม่ได้มีโดยธรรมชาติ

    โทรศัพท์วางเงียบอยู่บนโต๊ะ แปลนยังเต็มไปด้วยวงสีแดง กับ Post-it ลาเต้ เขายังนอนทับคำว่า “ห้องมิกซ์” เหมือนตราประทับราชการ ที่ไม่มีใครร้องขอ

    ฉันยังไม่ได้เริ่มสร้างสตูดิโอ

    ฉันเพิ่งเริ่ม ขออนุญาตให้ความฝัน มีผนัง

    Sponsored Ads

    เธอเห็นท้องฟ้า นั่นไหม (Demo Version)

    Korn Demo

    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note