ทุกก้าวระหว่างเรา
by Flashทุกก้าวระหว่างเรา (Every Step Between Us) by S.J. Raventide

HOSTILE 02
ระยะ 1.9 กิโลเมตร
มารา วอสส์ (Mara Voss) เห็นเครื่องของมันก่อนระบบจะล็อกเป้าได้สมบูรณ์
เงาดำพุ่งตัดแนวหินขึ้นมาเพียงครึ่งตัว ก่อนหายลงหลังสันลาดอีกครั้ง
เร็วเกินไป
ไม่ใช่เพราะเครื่องเร็วกว่า
เพราะคนข้างในรู้ว่าเธอกำลังมองตรงไหน
TRACK LOST
มาราหักเครื่องลงต่ำทันที พื้นหินพุ่งเข้าหากระจกครอบห้องนักบิน ก่อนทรัสเตอร์ด้านล่างจะทำงานเต็มกำลัง ยกเมคผ่านสันหินไปอย่างเฉียดฉิว
สัญญาณแรง G กระพริบตรงขอบสายตา
CONTACT
ด้านขวา
มาราหันหัวกล้อง
HOSTILE 02 โผล่จากร่องหินอีกครั้ง ปืนหลักยกขึ้น แต่ยังไม่ยิง
ระยะนี้ยิงได้แล้ว
ถ้ามันต้องการให้โดน
มาราดันคันควบคุม
เครื่องเร่งออกจากแนวเดิม ก่อนลำแสงจะกวาดผ่านตำแหน่งที่เธอเพิ่งอยู่
ไม่ได้เล็งเธอ
ยิงปิดทาง
เหลือสองทาง
ซ้ายลงพื้นที่ต่ำ
ขวาขึ้นสัน
มาราเลือกขวา
MISSILE
สองลูก
จากด้านหลัง
มันรอให้เธอเลือก
ทรัสเตอร์ซ้ายทำงานเต็มกำลังจนโครงเครื่องสั่น ขีปนาวุธลูกแรกผ่านใต้แขนขวา อีกลูกยังตามมา
มาราลดกำลังขาขวากะทันหัน ปล่อยให้เมคทรุดเหมือนเสียหลัก ก่อนหมุนลำตัวกลับครึ่งรอบ
ปืนรองยิงสวน
หนึ่งนัด
ขีปนาวุธแตกกลางอากาศ
เศษโลหะกระแทกเกราะด้านหน้าเป็นชุด
ARMOR 91%
เธอไม่มองตัวเลข
HOSTILE 02 กำลังถอย
ไม่
กำลังล่อ
มาราลดกำลังแทนที่จะตาม
อีกฝ่ายหยุดพร้อมกัน
1.4 กิโลเมตร
ระยะคงที่
เหมือนรู้ว่าเธอจะไม่เข้าไป
มาราเริ่มไม่ชอบมันแล้ว
ไม่ใช่เพราะมันเก่ง
เพราะมันกำลังอ่านเธอ
HOSTILE 02 ใช้ภูมิประเทศมากกว่าข้อมูล
มันไม่เคยอยู่ในที่โล่งนานพอให้ระบบสร้างแนวยิงสมบูรณ์
ทุกครั้งที่โผล่ มันมีทางลงเตรียมไว้แล้ว
มาราเริ่มนับ
สามวินาทีหลังเซนเซอร์จับได้
สองวินาทีก่อนยิง
หนึ่งวินาทีก่อนหายหลังแนวหิน
ครั้งแรกเป็นนิสัย
ครั้งที่สองเป็นรูปแบบ
ครั้งที่สาม—
กับดัก
มาราหยุดเครื่องก่อนร่องหินข้างหน้าสองร้อยเมตร
HOSTILE 02 โผล่ทางซ้าย
ตรงตามที่คาด
เธอยิง
มันหลบทัน
แน่นอน
กระสุนชุดแรกไม่ได้มีไว้ให้โดน แต่บังคับให้อีกฝ่ายหักขวาเข้าสู่ช่องแคบ
มาราเปิดระบบจรวดรอง
SOLUTION
จรวดสองลูกพุ่งออกไป
HOSTILE 02 ลดระดับหลบลูกแรก
ลูกที่สองกดต่ำตาม
มันพยายามปีนออกจากร่อง
ช้าไป
เส้นวิถีซ้อนกันบน HUD
อีกครึ่งวินาที
พอ
แล้ว HOSTILE 02 ดับทรัสเตอร์หลักทั้งหมด
เครื่องทั้งตัวตก
ไม่ใช่ระบบเสีย
จงใจตก
จรวดผ่านเหนือมันไป
มาราชะงักเพียงเสี้ยววินาที
แค่นั้นก็พอ
LOCK
LOCK
LOCK
เธอดึงเครื่องกลับ
ช้า
ด้านล่างของร่องหินเปิดออกเป็นซากโครงสร้างอุตสาหกรรมเก่า พังทับกันจนเกิดช่องลอดยาวใต้พื้น
HOSTILE 02 รู้ว่ามีทางตรงนั้น
มาราไม่รู้
มันหายเข้าไปในความมืด
ระบบเสียการติดตาม
เธอลดความเร็ว
ผิด
ถ้าเธอเป็นอีกฝ่าย—
เธอจะไม่หนีต่อ
เธอจะรอ
CONTACT REAR
มาราหมุนเครื่อง
ช้าไปอีกครั้ง
HOSTILE 02 พุ่งออกจากโพรงด้านหลังในระยะต่ำกว่าห้าร้อยเมตร
ปืนหลักของมันสว่างขึ้น
มารายิงพร้อมกัน
แสงจากอาวุธสองฝั่งข้ามกัน
เกราะด้านซ้ายของมาราระเบิด
ห้องนักบินกระแทกข้าง
HUD แตกเป็นเส้น
LEFT LEG CONTROL DEGRADED
กระสุนของเธอเจาะไหล่ขวาของ HOSTILE 02 แขนเมคข้างนั้นตกลงเกือบหลุด
แต่มันยังไม่ล้ม
ทั้งคู่ยิงซ้ำพร้อมกัน
IMPACT
แสงขาว
เสียงโลหะฉีก
ระบบดับไปส่วนหนึ่ง
กลับมา
ดับอีก
GYRO FAILURE
มาราดึงคันควบคุม
ไม่มีการตอบสนอง
เครื่องหมุน
พื้น
ฟ้า
สันหิน
พื้นอีกครั้ง
เสียงเตือนซ้อนกันจนแยกไม่ออก
HOSTILE 02 อยู่ไกลออกไป
มันหมุนเหมือนกัน
ไม่มีใครควบคุมเครื่องได้แล้ว
มาราเปิดทรัสเตอร์ฉุกเฉิน
หนึ่งวินาที
สอง
ระบบตอบ
แรงกระชากกดหลังเธอเข้ากับเบาะ แนวตกตื้นขึ้นเล็กน้อย
ไม่พอ
Dead Corridor พุ่งเข้าหาเธอ
BRACE
โลกทั้งใบกระแทกเข้ามา
แล้วไม่มีอะไรเลย
Sponsored Ads
เสียงแรกที่กลับมาไม่ใช่สัญญาณเตือน
เป็นลมหายใจของตัวเอง
สั้น
ขาด
ดังเกินไปในห้องนักบินที่มืดสนิท
มารานับถึงห้าก่อนลองขยับมือ
นิ้วครบ
ข้อมือเจ็บ
คอเคลื่อนได้
หน้าอกเจ็บจากสายรัด
ขาซ้ายเป็นปัญหา
เธอตัดสายรัดฉุกเฉินทีละเส้น เมื่อเส้นสุดท้ายขาด ร่างไหลไปด้านซ้าย
ขาซ้ายรับน้ำหนัก
ความเจ็บระเบิดขึ้นจากใต้เข่า
เสียงหลุดจากปากก่อนจะกลั้นทัน
มารายันตัวกลับ เปิดพลังงานฉุกเฉิน
REACTOR SCRAM
COMMS — NO LINK
BEACON — FAILURE
เธอลองส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ครั้งหนึ่ง
ไม่มีการตอบกลับ
อีกครั้ง
เงียบ
แบตเตอรี่ฉุกเฉินเหลือสิบสองเปอร์เซ็นต์
แผนที่สำรองแสดงแนวถอยของ Federation ทางตะวันออกเฉียงใต้
13.2 km
หน้าจอดับ
ไม่มีเสียงระบบ
ไม่มีเสียงใครสั่ง
ไม่มีเสียงบอกให้รอ
มารามองประตูฉุกเฉิน
แล้วเริ่มเก็บชุดยังชีพ
ตอนเธอออกจากเมค ดวงอาทิตย์อยู่สูงเลยกลางฟ้าไปเล็กน้อย
ซากเครื่องนอนตะแคงหลังแนวหิน เกราะด้านซ้ายเปิดเป็นแผลยาว ควันบางลอยจากช่วงไหล่
ข้างนอก เครื่องจักรที่เมื่อครู่กินพื้นที่เกือบทั้งโลกของเธอเหลือเพียงซากโลหะกองหนึ่ง
น้ำ 740 มิลลิลิตร
เสบียงสองชุด
ชุดปฐมพยาบาล
เครื่องนำร่อง
พลุสัญญาณ
ปืนพก
แม็กกาซีนสำรอง
มาราลองยืน
ขาซ้ายรับน้ำหนักได้
ไม่เต็ม
แต่พอ
เครื่องนำร่องประเมินตำแหน่งคลาดเคลื่อน ±180 เมตร
เธอหันตะวันออกเฉียงใต้
แล้วก้าวแรก
13.2 ลดเหลือ 13.0 กิโลเมตรหลังผ่านไปเกือบยี่สิบนาที
ช้ากว่าที่คำนวณไว้มาก
ทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก ข้อเท้าซ้ายตอบช้ากว่าความคิดครึ่งจังหวะ
มาราเปลี่ยนวิธีเดิน
ก้าวสั้นลง
ลดแรงกระแทก
ถ้ายังเป็นแบบนี้ เธอจะไปไม่ถึงก่อนค่ำ
น้ำอาจไม่พอ
พายุช่วงเย็น—
ไม่ทราบ
เธอเกลียดคำนี้
12.9
12.8
จิบน้ำ
12.6
ขวา
ลากซ้าย
ขวา
ลากซ้าย
เมื่อขึ้นถึงสันหินเตี้ย มาราหันกลับไป
ซากเมคของเธอเหลือเพียงรูปร่างดำบนพื้นสีซีด
อีกจุดอยู่ทางเหนือประมาณหนึ่งกิโลเมตร
ควัน
เธอยกกล้อง
ซากเกราะสีเข้ม
HOSTILE 02
มันตกไม่ไกล
ถ้าคนข้างในรอด ภูมิประเทศจะบังคับให้ลงช่องทางเดียวกัน
มือขวาแตะปืน
มาราเดินต่อ
เร็วขึ้นนิดหนึ่ง
แม้ขาจะไม่เห็นด้วย
รอยเลือดหยดแรกอยู่บนหินสีเทา
ยังไม่แห้ง
อีกสิบเมตรมีรอยรองเท้า
ไม่ใช่ Federation
น้ำหนักลงสองข้างปกติ
ปัญหาของอีกฝ่ายน่าจะอยู่ช่วงบนของร่างกาย
รอยเท้าไปทางเดียวกัน
ตั้งแต่นั้นมือมาราไม่ห่างจากปืน
ทางข้างหน้าบีบเป็นร่องแคบ ด้านซ้ายชันเกินขาของเธอ ด้านขวายังมีร่องรอยเขตยิงปืนใหญ่เก่า
ไม่มีทางเลือก
หญิงคนนั้นยืนอยู่ห่างออกไปยี่สิบสองเมตร
มาราเห็นปืนก่อนเห็นหน้า
ปากกระบอกตรงมายังอกเธอ
เธอยกของตัวเองพร้อมกัน
ไม่มีใครยิง
อีกฝ่ายสูงใกล้เคียงเธอ ผมสั้นติดเหงื่อกับฝุ่น ชุดนักบินฉีกตรงไหล่ขวา แขนข้างนั้นถูกตรึงกับลำตัวด้วยสายรัดฉุกเฉิน
มือซ้ายถือปืน
นิ่ง
มารามองเท้า
น้ำหนักอยู่ขาหลัง
ปลายเท้าหน้าหันออกเล็กน้อย
พร้อมเปลี่ยนทิศ
คุ้น
เหมือนจังหวะก่อน HOSTILE 02 เปลี่ยนทรัสเตอร์
เธอเป็นคนข้างใน
อีกฝ่ายมองจากปืนของมาราลงไปถึงขา ก่อนกลับขึ้นมาที่หน้า
ไม่มีความประหลาดใจ
“ทางเหนือไปไม่ได้”
อีกฝ่ายพูดก่อน
“เพราะ?”
“พื้นถล่ม”
“เห็นเอง?”
“ลองปีนแล้ว”
ฝุ่นแดงติดรองเท้า
ด้านเหนือมีชั้นดินแดง
อย่างน้อยเรื่องนั้นพูดจริง
“ตะวันตก?”
“แนวทุ่นเก่า”
“ของพวกเธอ?”
“เคยเป็น”
“ใต้?”
“ลง channel ได้”
ตรงกับแผนที่
มาราไม่ชอบที่ระบบของตัวเองเห็นด้วยกับศัตรู
หญิงตรงหน้าสูดลมหายใจ สีหน้ากระตุกเมื่อไหล่ขยับ
ทั้งคู่เห็นว่าอีกฝ่ายเห็น
ไม่มีใครพูดถึงมัน
“ถ้าเรายิงกันตอนนี้” หญิงคนนั้นพูด “ฉันอาจตาย”
มาราไม่ตอบ
“เธอก็อาจตาย”
“ฉันรู้”
ปืนยังไม่ลด
หญิงคนนั้นมองเธอสองวินาที
จากนั้นลดปืนลง
ไม่เก็บ
มารายังเล็งอยู่
เธอสามารถยิงได้
อีกฝ่ายรู้
แต่ไม่ยกปืนกลับ
มาราลดของตัวเองในที่สุด
หญิง Coalition หันหลัง เดินสามก้าว แล้วหยุด
“ถ้าเธอจะยิง”
มารามอง
“ยิงตอนนี้”
เธอไม่ยิง
อีกฝ่ายเดินต่อ
มารารอจนระยะห่างเพิ่มเป็นสิบห้าเมตรจึงตาม
11.4 km
ครั้งแรกตั้งแต่ตกลงมา ระยะบนหน้าจอไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องคำนวณ
Sponsored Ads
มารารักษาระยะไว้สิบสองเมตร
ใกล้พอมองเห็นมือ
ไกลพอยกปืนทัน
เมื่อมาราหยุด อีกฝ่ายหยุดตามหลังไม่ถึงสองวินาที
“ฉันไม่ได้บอกให้หยุด”
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าหยุดเพราะเธอ”
จากนั้นไม่มีใครพูด
จนเสาโลหะเก่าที่มีแถบเหลืองดำเริ่มโผล่ขึ้นจากพื้น
ORDNANCE STATUS — UNKNOWN
“ของพวกเธอ?”
“ตอนแรก”
“หลังจากนั้น?”
“ของพวกเธอเข้ามาเพิ่ม”
“ทางอ้อม?”
“ห้ากิโล”
น้ำ
ขา
แสง
ไม่ดี
หญิง Coalition มองพื้นที่ข้างหน้า
“ฉันไปก่อน”
“ทำไม”
“ถ้าฉันเหยียบผิด เธอจะได้รู้ว่าตรงไหนไม่ควรเหยียบ”
“นั่นไม่ใช่แผนที่ดี”
“มีดีกว่านี้ไหม”
ไม่มี
มาราเปิดเซนเซอร์พกพา
จุดแดงสามจุดขึ้นบนจอ
“ตรงนั้นยังทำงาน”
“ไม่ใช่ทาง”
“เซนเซอร์บอกว่ามี”
“ฉันไม่ได้บอกว่าไม่มี”
อีกฝ่ายชี้ไปทางซ้าย
“ผ่านตรงนี้”
เครื่องไม่พบสัญญาณ
“สะอาด”
“ยังไม่แน่”
“เครื่องไม่พบอะไร”
“เพราะรุ่นนั้นจะไม่ส่งอะไรจนกว่าจะมีคนเข้าใกล้”
“รู้ได้ยังไง”
“เราเคยใช้”
อีกฝ่ายก้าวลงก่อน
มาราตาม
“ตรงรอยฉัน”
หนึ่งก้าว
อีกก้าว
เซนเซอร์เตือนทุ่นต่อต้านเกราะด้านขวา
พวกเธอเลี่ยง
แล้วจอก็ดับ
มาราหยุด
กลางพื้นที่ไม่มีเครื่องหมาย
ไม่มีข้อมูล
หญิงข้างหน้าหันกลับ
“มองเท้าฉัน”
“เซนเซอร์เสีย”
“เห็น”
“ถ้ารูปแบบเปลี่ยน—”
“มองเท้าฉัน”
อีกฝ่ายเดิน
หนึ่งก้าว
หยุด
“ตรงนี้”
มาราตาม
เหลือเพียงส้นเท้า มุม และระยะ
กลางทางมีเสียงโลหะดังใต้กรวด
มาราแข็งค้าง
“อย่าขยับเท้าซ้าย”
“ทำไม”
“คิดว่าเป็นแผ่นกดของทุ่น”
“คิด?”
“ไม่เห็นขอบ”
“แล้ว?”
“ถ่ายน้ำหนักไปขวาช้า ๆ”
“ถ้าเป็นคนละรุ่น?”
หญิงคนนั้นมองเธอ
“เราจะรู้”
มาราเกือบหัวเราะ
เธอค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนัก
หนึ่งส่วน
สอง
ยกเท้าซ้าย
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ตรงนี้”
มาราก้าว
รอด
หลังจากนั้นเธอเดินตามโดยไม่ถามอีก
เมื่อพ้นแนวทุ่น ทั้งคู่ยังเดินต่ออีกสามสิบเมตรจึงหยุด
“เธอแน่ใจได้ยังไง” มาราถาม
“ไม่แน่ใจ”
มาราจ้อง
“ถ้าฉันบอกว่าไม่รู้ตั้งแต่แรก เธอจะเดินไหม”
เธอไม่ตอบ
เพราะรู้คำตอบ
“ฉันไม่ชอบวิธีของเธอ”
“ฉันเดาไว้แล้ว”
ตอนหญิง Coalition ลุก ตัวพยุงไหล่เกิดเสียงคลิก
ตัวล็อกหลุดตำแหน่ง
“อย่าขยับ”
อีกฝ่ายพยายามแก้ด้วยมือซ้าย
เอื้อมไม่ถึง
“จะให้ฉันซ่อมหรือจะเดินแบบนั้น”
หญิงคนนั้นมองมือมารา จากนั้นปลดปืน วางบนหิน
มาราเก็บปืนตัวเอง
ตัวพยุงประกอบจากชิ้นส่วนคนละรุ่นอย่างน้อยสามแบบ
“นี่มาตรฐานอะไร”
“ไม่มี”
“เห็นได้”
“ยังใช้ได้”
“ตอนนี้ไม่”
มาราคลายตัวล็อก
อีกฝ่ายเกร็ง
“เจ็บ?”
“เดินได้”
มาราเงยหน้า
อีกฝ่ายถอนหายใจ
“ใช่ เจ็บ”
“ขยับนิ้ว”
ได้ครบ
“ชา?”
“นิดหน่อย”
มาราคลายแรงรัดลงอีกระดับ
“ตอนนี้?”
“ดีขึ้น”
เธอล็อกกลับ
อีกฝ่ายหยิบปืน
ก่อนเดินต่อพูดขึ้น
“เซรา อานิก (Sera Anik)”
มาราเงียบ
“ชื่อฉัน”
ไม่ใช่นามเรียกขาน
ไม่ใช่รหัสระบุเป้าหมาย
ชื่อ
“เซรา”
อีกฝ่ายพยักหน้า
“วอสส์”
เซราเลิกคิ้ว
“นามสกุล”
“ฉันรู้”
“แล้วชื่อ?”
ไม่มีเหตุผลทางยุทธวิธีที่ต้องบอก
“มารา”
“ดี”
“ดีอะไร”
“เบื่อเรียกเธอในหัวว่า Federation”
มารามองเธอ
เพราะในหัวของมารา คำเดิมยังเป็น
HOSTILE 02
พวกเธอเริ่มเดินอีกครั้ง
ระยะห่างเหลือประมาณหกเมตร
ไม่มีใครพูดถึงมัน
ช่วงบ่าย พื้นที่เริ่มมีเส้นตรง
เสาคอนกรีต
รางเก่า
ท่อใต้ดิน
ป้ายโลหะเอียง
TRANSIT
“เคยมีเมือง?”
“ไม่ถึงเมือง”
“อะไร”
“ชุมชนบริการ”
อาคารเตี้ยปรากฏหลังเนิน บางหลังเหลือเพียงโครง
ถนนมีหลุมจากปืนใหญ่ ต้นไม้สีเทาขึ้นอยู่ในหนึ่งหลุม
ร้านอาหารเก่ายังมีโต๊ะ
เซราหยุดมองเพียงครู่เดียว
“เคยมาที่นี่?”
“เคยผ่าน”
“ก่อนสงคราม?”
“ก่อนแนวรบมาถึง”
บนผนังอาคารอีกหลังมีภาพเด็กวาดดาว บ้าน และคนสามคนจับมือกัน
รอยกระสุนพาดกลางภาพ
“ที่นี่เคยเป็นศูนย์อพยพ” เซราบอก
“ของฝ่ายไหน”
เซรามองเธอ
“ของคนที่ยังไม่หนี”
ท้ายชุมชนมีอาคารซ่อมบำรุง
ข้างอาคารมีเมคเก่านอนคว่ำ สีเกราะหายเกือบหมด หลายชั้นทับกันจนระบุฝ่ายไม่ได้
มาราปีนขึ้นไปถึงห้องนักบิน
นักบินยังอยู่
ร่างแห้งติดกับสายรัด
ไม่มีตรา
ไม่มีชื่อ
ไม่มียศ
ช่องยังชีพยังปิดอยู่
น้ำ
เสบียง
ชุดปฐมพยาบาล
“เอา” เซราบอก
มาราไม่ขยับทันที
“เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร”
“ตอนนี้มันต่างอะไร”
มาราหยิบของ
ปิดช่อง
ไม่มีคำกล่าว
ไม่มีพิธี
ใต้เงาเมค เธอแบ่งน้ำจากช่องยังชีพใส่สองขวด
ครึ่งหนึ่ง
ครึ่งหนึ่ง
เท่ากัน
ทำเสร็จแล้วจึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้คำนวณก่อน
เซรามองขวด
ไม่พูด
มาราดีใจที่เธอไม่พูด
รอบตัวมีเมคที่ไม่เหลือฝ่าย นักบินที่ไม่เหลือชื่อ ร้านที่ไม่มีลูกค้า และบ้านที่ไม่มีเจ้าของ
ไม่มีส่วนไหนของชุมชนบอกได้ว่าใครเคยชนะที่นี่
เซรามองขอบฟ้า
ฝุ่นสีม่วงเริ่มยกตัว
“พายุ”
“มีที่หลบ?”
“สถานีท่อส่งทางใต้ หนึ่งกิโลครึ่ง”
เซรามองขาเธอ
“ไปทันไหม”
มารามองพายุ
“ต้องทัน”
Sponsored Ads
ลมถึงก่อนพวกเธอจะเดินได้ครึ่งทาง
ตอนสถานีท่อส่งเหลือเจ็ดร้อยเมตร ขาซ้ายของมาราเริ่มไม่รับน้ำหนัก
เซราขยับเข้ามาใกล้
“แขนฉันใช้ไม่ได้ แต่ขาฉันยังดี”
มาราส่ายหน้า
เดินสามก้าว
ก้าวที่สี่ทรุด
เซราคว้าข้อศอก
“ถ้าถาม เธอก็ไม่ให้ช่วย”
ไม่มีเวลาจะเถียง
ฝุ่นกลบทุกอย่างจนประตูสถานีปรากฏขึ้นต่อหน้าในระยะไม่ถึงสิบเมตร
“ตามฉัน”
เหมือนในแนวทุ่น
มาราตาม
กลอนมือหมุนติด
สองคนออกแรงพร้อมกัน
ประตูเปิด
พวกเธอล้มเกือบพร้อมกันเข้าไปด้านใน ก่อนดึงประตูกลับจนเสียงพายุหายไปหลังโลหะหนา
ในความมืดเหลือเพียงเสียงหายใจ
สองเสียง
ถี่พอ ๆ กัน
พายุไม่ผ่านเร็วอย่างที่มาราคาด
เมื่อแสงด้านนอกหายไปจนหมด พวกเธอยอมรับโดยไม่ต้องพูดว่าคืนนี้จะไม่เดินต่อ
สถานีมีห้องเดียวที่ยังแห้ง
ปืนทั้งสองกระบอกอยู่ใกล้มือ
แต่ไม่มีปากกระบอกไหนหันหาอีกคน
“เครื่องเธอรุ่นอะไร” เซราถาม
“FV-82”
“หนัก”
“เสถียร”
“หนัก”
“มันรอดจากการตก”
“ของฉันก็รอด”
“แขนเครื่องเธอเกือบหลุด”
“แต่ฉันยังอยู่”
มารามองเธอ
“เหตุผลดี”
จากเมค บทสนทนาไหลไปถึงระบบชิ้นส่วนมาตรฐานของ Federation และการดัดแปลงภาคสนามของ Coalition
“ของพวกเราซ่อมง่ายกว่า” มาราบอก
“ถ้ามีอะไหล่”
“มีมาตรฐาน”
“ถ้ามีระบบส่งมาตรฐานพวกนั้นมาถึง”
มารามองตัวพยุงบนแขนเซรา
อีกฝ่ายเห็น
“นั่นไม่นับ”
“มันนับ”
“ยังใช้ได้”
“เพราะฉันซ่อม”
“งั้นตอนนี้เป็น Federation technology?”
“อย่าพูดกับใคร”
เซราหัวเราะ
มาราหัวเราะทางจมูกตามโดยไม่ตั้งใจ
เซราไม่พูดถึงมัน
หลังจากนั้นไม่นาน เซราถาม
“พวกเธอยังเรียกแนวเหนือว่า ‘แนวสกัด’ อยู่หรือ?”
“เพราะมันเป็นแนวสกัด”
“พวกเราเรียกมันว่า ‘แนวปลดปล่อย’”
“มันเป็นเส้นเดียวกัน”
เซราเงียบไปครู่หนึ่ง
“ใช่”
ไม่มีใครพยายามชนะการเถียง
เซราโตบน ดาวไซริส (Cyris)
มาราไม่ได้เกิดบนโลก อย่างที่อีกฝ่ายเดา
“สำเนียงเธอ”
“โรงเรียน Federation”
“ผิดหวังนิดหน่อย”
“ทำไม”
“อยากเถียงกับคนจากโลกจริงสักคน”
“ฉันก็เถียงได้”
“เริ่มเห็นแล้ว”
ข้างนอก ลมยังตีผนังสถานี
ข้างในไม่มีเส้นบนแผนที่เส้นไหนผ่านกลางห้อง
มาราตั้งใจหลับหนึ่งชั่วโมง
ตื่นอีกทีเป็นเวลาก่อนรุ่งสาง
ปืนยังอยู่
เซรายังอยู่
ขวดน้ำของมารามีมากกว่าที่ควร
เธอมองเซรา
“นิดเดียว” อีกฝ่ายพูดก่อน
มาราไม่เถียง
เปิดชุดปฐมพยาบาลแล้วโยนแผ่นระงับปวดให้
เซรารับ
“เพื่อประสิทธิภาพ?”
“ใช่”
ไม่มีใครพูดขอบคุณ
พอแสงแรกขึ้นหลังพายุ พวกเธอออกเดิน
ไม่มีใครกำหนดระยะห่างอีกแล้ว
สายของวันที่สอง พวกเธอเห็นรถหกล้อก่อนเห็นคน
ตัวรถถูกปะด้วยเกราะ Federation และ Coalition ปะปนกัน
เมื่อสงครามยาวพอ ของทุกฝ่ายก็กลายเป็นอะไหล่ได้เหมือนกัน
คนสามคนอยู่รอบรถ
ไม่มีเครื่องแบบ
มีอาวุธครบ
“พวกเก็บซาก” เซราพูด
ชายเฝ้ารถยกมือ
“หยุด”
สายตาเขาไล่จากปืน ไปขวดน้ำ ไปชุดปฐมพยาบาล
“หน่วยไหน”
“หน่วยสอดแนมช่องทางสาม (Third Corridor Recon)” เซราตอบทันที
มาราไม่เคยได้ยินชื่อนั้น
หญิงอีกคนเดินออกมา
“เธอ ชื่อ”
ชี้มารา
“เลนา เวย์” เซราตอบ
“ให้เธอพูดเอง”
“เลนา เวย์”
สำเนียงมาราหลุด
หญิงคนนั้นขมวดคิ้ว
“Federation”
“โรงเรียนเดิม” เซราแทรก
คำถามตามมา
หน่วย
ผู้บังคับบัญชา
เครื่องรุ่นไหน
เซราสร้างคำตอบทีละชิ้น ดึงมาราเข้าไปอยู่ในเรื่องโกหกเดียวกัน
สุดท้ายกลายเป็นการต่อรอง
เสบียงหนึ่งชุด
แผ่นระงับปวด
แบตเตอรี่สำรอง
มาราพูด
“เอาของฉัน”
เซราหันมา
“ไม่”
แล้ววางของตัวเองลง
หญิงพวกเก็บซาก ยังอยากได้หน่วยประมวลผล
เซราปฏิเสธ
ขอปืนแทน
คราวนี้เซราไม่ตอบทันที
คนเฝ้ารถยกอาวุธขึ้นเล็กน้อย
มาราถ่ายน้ำหนักไปขาขวา
เซราพูด
“ถ้าจะเอาปืน ต้องมาเอาเอง”
ชายที่กำลังตัดซากเมคอยู่ข้างรถพูดขึ้น
“พอเถอะ ได้ของแล้ว”
ความเงียบยืดอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นหญิงคนนั้นก้มเก็บของ
“ไป”
พวกเธอเดิน
ไม่เร็ว
ไม่หันหลังให้เร็วเกินไป
จนเสียงเครื่องตัดโลหะกลับมาดังอีกครั้ง
หลังจากเดินออกมาหลายร้อยเมตร เซราเริ่มขยับไหล่บ่อยขึ้น
“เธอไม่จำเป็นต้องโกหกว่าฉันอยู่หน่วยเดียวกับเธอ” มาราพูด
“รู้”
“ปล่อยฉันไว้ได้”
“อาจได้”
“ง่ายกว่า”
เซราเงียบสองก้าว
“ตอนแนวทุ่น เธอตามรอยเท้าฉัน”
อีกก้าว
“ตอนตัวพยุง ฉันให้เธอจับแขนฉัน”
แล้วอีก
“เมื่อคืนฉันหลับต่อหน้าเธอ”
เซรามองทางข้างหน้า
“มันคงแปลก ถ้าวันนี้ฉันทำเหมือนเรื่องพวกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น”
“ไม่ใช่เพราะคิดว่าฉันเป็นคนดี?”
เซราหัวเราะ
“ฉันยังไม่มีข้อมูลพอ”
มาราหลุดหัวเราะออกมาสั้น ๆ
เซราหันมอง
“อะไร” มาราถาม
“เปล่า”
“เธอกำลังจะพูดอะไร”
“เดินเถอะ”
มารามองเธอครู่หนึ่ง
แล้วเดิน
Sponsored Ads
อาการแขนของเซราแย่ลงในชั่วโมงต่อมา
นิ้วมือขวาตอบช้าลง
แผ่นระงับปวดที่ควรอยู่กับเธอตอนนี้อยู่หลายกิโลเมตรด้านหลัง
มาราเห็นทุกครั้งที่เซราใช้มือซ้ายกดขอบตัวพยุง
ไม่มีอะไรให้พูด
พื้นเริ่มสูงขึ้นก่อนเที่ยง
เครื่องในกระเป๋ามาราสั่น
ครั้งแรกเธอคิดว่าเป็นสัญญาณรบกวน
จากนั้นเสียงยืนยันตัวตนดังขึ้น
FEDERATION BURST DETECTED
เธอหยุด
FRIENDLY PATROL
3.6 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้
ใกล้พอ
เครื่องส่งสัญญาณยังเหลือพลังงานพอสำหรับส่งสัญญาณยืนยันตัวตนได้อีกหนึ่งครั้ง
แค่กด
หน่วยแพทย์
รถรับ
การสื่อสาร
กลับฐาน
ทุกอย่างที่เธอเดินหามาตั้งแต่เมื่อวาน
อยู่ห่างเพียงการกดหนึ่งครั้ง
“ของเธอ?” เซราถาม
“ใช่”
“ใกล้?”
“พอ”
มือซ้ายของเซราอยู่ใกล้ซองปืนกว่าปกติ
ไม่แตะ
มาราเห็น
เซราเห็นว่าเธอเห็น
SEND AUTH BURST?
YES
NO
นี่ไม่ใช่แนวทุ่น
ไม่มีข้อมูลขาด
กด YES
มารากลับฐาน
เซรากลายเป็นนักบินศัตรูในพื้นที่ Federation
เชลย อย่างดีที่สุด
“งั้นกดสิ”
ไม่มีคำขอในเสียงเซรา
นิ้วมาราเลื่อนไปหา YES
หยุด
รอยเท้ากลางแนวทุ่น
น้ำในขวด
หน่วยสอดแนมช่องทางสาม
มารากด
TRANSMISSION CANCELLED
จากนั้นถอดแบตเตอรี่เครื่องส่งออก
เซรามอง
“ทำไม”
มาราปิดเครื่อง
“เส้นทางลาดตระเวนไม่ได้ผ่านทางกลับของฉัน”
เซรามองเธอสองวินาที
“โกหกไม่เก่ง”
มาราเริ่มเดิน
“รู้”
สามก้าวต่อมา เสียงฝีเท้าตามมา
เมื่อเครื่องนำร่องสั่นอีกครั้ง
มาราไม่หยิบขึ้นมาดู
ช่วงบ่าย แนวสันเขาปรากฏขึ้น
ตรงกลางมีเสาส่งสัญญาณเก่าหักครึ่ง
จากตรงนั้นเส้นทางจะแยก
Federation
Coalition
มาราเปิดเครื่องนำร่อง
4.1 km
เป็นเพียงจุดอ้างอิงบนแผนที่เก่า
เส้นทางที่พวกเธอยังต้องเดินร่วมกันเหลือประมาณสองกิโลเมตร
มาราปิดจอ
ช่วงนี้ง่ายที่สุดตั้งแต่ตกลงมา
ไม่มีทุ่น
ไม่มีพายุ
ไม่มีพวกเก็บซาก
ไม่มีเหตุผลต้องเดินใกล้กัน
แต่ระยะระหว่างพวกเธอไม่ถึงสองเมตร
มาราลองนึกว่าเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร
จำไม่ได้
เซราขยับไหล่อีกครั้ง
“ขยับนิ้วให้ดู”
นิ้วกลางกับนิ้วนางตอบช้า
นิ้วก้อยแทบไม่ขยับ
มาราให้เธอนั่ง คลายตัวพยุงลงหนึ่งระดับ
“พอถึงแนวของเธอ ให้แพทย์ดูทันที”
เซรามอง
“พูดเหมือนจะไปด้วย”
มือมาราหยุด
“หมายถึงตอนเธอถึง”
“ฉันรู้”
พวกเธอเดินต่อ
ไม่นานมาราสะดุด
เซราคว้าข้อศอกเธอทันที
แล้วปล่อย
ไม่มีใครพูดถึงมัน
“จากแยกเธอเหลือเท่าไร” มาราถาม
“หกกิโล”
“ของฉันห้า”
“ใกล้กว่า”
“ขาฉันแย่กว่า”
เซรามองแขนตัวเอง
“งั้นเสมอกัน”
อีกพักหนึ่ง เซราพูดขึ้น
“สัญญาณเมื่อกี้อาจยังอยู่”
“อาจ”
“ไม่อยากรู้?”
เมื่อวานมารายังพยายามรู้ทุกอย่าง
ระยะ
น้ำ
เวลา
ความเร็ว
ตอนนี้เธอตอบ
“ไม่”
เซรามอง
“แปลก”
“อะไร”
“ไม่เหมือนเธอ”
มารามองทางข้างหน้า
“อาจ”
เสาส่งสัญญาณใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่มีอะไรบังคับให้ทั้งคู่เดินทางเดียวกันอีกแล้ว
และเพราะอย่างนั้น
สองกิโลเมตรสุดท้ายจึงดูสั้นเกินไป
จุดแยกไม่มีป้าย
มีเพียงถนนเก่าแตกออกเป็นสองทาง
ตะวันออกไป Federation
ตะวันตกไป Coalition
เสาคอนกรีตตรงกลางมีสีของทั้งสองฝ่ายทาทับกันจนแทบไม่เหลือสีเดิม
ไกลออกไปมีเสียงปืนใหญ่
สงครามยังทำงานอยู่
เซราชี้ตะวันตก
“ของฉัน”
แล้วอีกทาง
“ของเธอ”
มาราพยักหน้า
ควรพูดอะไร
ขอบคุณ?
ไม่พอ
ลาก่อน?
ผิด
แล้วเจอกัน?
แย่กว่า
เซราล้วงแม็กกาซีนของมาราออกจากกระเป๋า
มาราลืมไปแล้วว่าฝากไว้ตอนซ่อมตัวพยุง
“ของเธอ”
“ฉันลืม”
“เห็น”
เงียบ
เซราหันไปทางของตัวเอง
“เซรา”
อีกฝ่ายหันกลับมา
มาราไม่มีประโยคต่อ
สุดท้ายพูดเพียง
“เดินดี ๆ”
เซรามองเธอหนึ่งวินาที
“มารา”
แค่นั้น
แล้วเดิน
สิบก้าว
ยี่สิบ
ไม่หัน
มาราเริ่มเดินอีกทาง
ก้าวแรกเจ็บ
ก้าวที่สองเจ็บกว่า
ก้าวที่สามกลับเข้าจังหวะ
ห้านาทีต่อมา เธอหันกลับ
เซราเป็นเงาเล็กบนแนวหิน
ยังเดินอยู่
ไม่หันมา
มารามองครู่หนึ่ง
แล้วเดินต่อ
สามวันต่อมา มารากลับเข้า cockpit
กลิ่นเหมือนเดิม
โลหะ
พลาสติกอุ่น
สารหล่อเย็น
ผ้าที่ซักไม่เคยหมดกลิ่นเหงื่อ
เมคเครื่องใหม่ไม่ใช่ FV-82 ตัวเก่า
แต่ระบบแทบเหมือนกัน
เธอสวมสายรัดนักบิน แล้วล็อกเข้าที่
MAIN BUS — ONLINE
REACTOR — NOMINAL
TACTICAL LINK — SYNC
IFF — ACTIVE
เสียงระบบกลับมาเป็นชั้น
คุ้น
ชัด
สบายเกินไป
ข้อมูลไหลเข้าจอ
ตำแหน่งหน่วย
ภูมิประเทศ
สภาพอากาศ
เครื่องหมายฝ่ายเดียวกัน
เป้าหมายสีแดง
“วอสส์ ยืนยันการเชื่อมต่อ”
“ยืนยันแล้ว”
“เคลื่อนไปยังเขตสี่ ตรวจพบหน่วย Coalition กำลังเคลื่อนลงใต้”
“รับทราบ”
เมคเคลื่อนออกจากที่กำบัง
พื้นดินวิ่งผ่านจอ
เร็วกว่าเดินหลายสิบเท่า
ไม่ต้องรู้สึกว่าหินก้อนไหนขยับใต้เท้า
ระบบทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
แม่นขึ้น
สัญญาณศัตรูปรากฏทางเหนือ
HOSTILE
1.6 กิโลเมตร
เมคของฝ่าย Coalition
คนละรุ่นกับเครื่องของเซราในวันนั้น
อย่างน้อยภายนอก
มันเคลื่อนตามแนวหิน
โผล่
หาย
โผล่อีกครั้ง
RANGE 1.4
ไม่ยิง
กำลังย้ายมุม
มารามองเส้นวิถี
ระบบทำนายซ้าย
อีกฝ่ายไปขวา
เธอชะงัก
ผิดจากแบบจำลอง
แต่คุ้น
เครื่องนั้นดับทรัสเตอร์หลักชั่วครู่ ปล่อยน้ำหนักลงต่ำ ลอดช่องหินที่ระบบไม่แนะนำ
RANGE 1.1
ไม่มีรหัสระบุตัว
ไม่มีข้อมูลนักบิน
เมคของฝ่าย Coalition ใช้สันหินหนึ่งครั้ง
สองครั้ง
ครั้งที่สามชะลอครึ่งจังหวะก่อนเปลี่ยนแนว
มารารู้จักจังหวะนั้น
หรือคิดว่ารู้
SOLUTION 42%
เธอยังไม่ยกปืน
“วอสส์ เป้าหมายกำลังเข้าพื้นที่ยิงของเธอ”
“เห็นแล้ว”
SOLUTION 61%
HOSTILE ลดระดับ
บังคับให้เธอเลือกมุมเดียว
มารารู้ทัน
เธอเคยอยู่ตรงนี้
ไม่ใช่สถานที่
รูปแบบ
เกม
อีกฝ่ายกำลังต้อน
SOLUTION 78%
มาราวางนิ้วบนไก
กรอบแดงล็อกเข้ากับลำตัวเมค
HOSTILE
คำเดียว
ไม่มีชื่อ
ไม่มีรอยเท้ากลางแนวทุ่น
มีเพียงกรอบแดงบนจอ
SOLUTION 91%
“วอสส์?”
มาราไม่ตอบ
HOSTILE โผล่จากแนวหิน
เต็มตัว
ระยะ 860 เมตร
WEAPON SOLUTION AVAILABLE
นิ้วของมาราแตะไกปืน
เครื่องจักรบอกเธอว่าระยะพอดีแล้ว
Sponsored Ads
“ทุกก้าวระหว่างเรา” เป็นเรื่องสั้นที่เกิดขึ้นภายในจักรวาล The Divided Frontier ซึ่งเป็นโลกของสงครามระหว่าง Earth Federation และ Colonial Coalition ที่เส้นแบ่งระหว่างฝ่ายยังชัดอยู่บนแผนที่ บนเครื่องแบบ และบนหน้าจอของเครื่องจักร
เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่สนใจช่วงเวลาสั้น ๆ ที่คนสองคนซึ่งถูกระบบเรียกว่า “ศัตรู” ต้องออกจากเครื่องจักรของตัวเอง และพบว่าอีกฝ่ายมีความเหนื่อย ความเจ็บปวด และเหตุผลที่จะกลับบ้านไม่ต่างจากตนเองนัก
แนวคิดของเรื่องนี้เริ่มจากการนำแกนอารมณ์บางส่วนของเพลง “ทุกก้าว” ซึ่งเดิมเป็นเพลงเกี่ยวกับการก้าวต่อไป การล้มแล้วลุก และเส้นทางที่แต่ละคนต้องเดินในแบบของตัวเอง มาตีความใหม่ในบริบทของโลก The Divided Frontier
เรื่องของมาราและเซราจึงไม่ได้เป็นการดัดแปลงเนื้อเพลงโดยตรง และเพลง “ทุกก้าว” ก็ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นในฐานะเพลงประกอบสงคราม
หากเป็นการนำความหมายเรื่อง “การเดินต่อไป” และ “บาดแผลที่แตกต่างกัน” มาวางในสถานการณ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่เรื่องของมิตรภาพที่ทำให้สงครามหายไป
เมื่อทั้งสองแยกจากกัน สงครามยังดำเนินต่อ
ระบบยังคงมีคำเดิมสำหรับคนอีกฝั่ง
HOSTILE
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป คือคนที่เคยเห็นคำคำนั้น ได้รู้แล้วว่าข้างในกรอบสีแดงอาจมีชื่ออยู่
Nina — ทุกก้าว | Official MV (WhatANovel / RB51 Project) #ninarb51
0 Comments