You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index

    Fiction คือ “เรื่องแต่ง” หรือ “เรื่องสมมติ” ที่ผู้สร้างประดิษฐ์ตัวละคร เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือโลกของเรื่องขึ้นมา โดยไม่ได้เสนอว่าสิ่งที่เล่าทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง

    ในทางวรรณกรรม คำว่า Fiction ใช้กับงานเรื่องแต่ง เช่น นวนิยาย (Novel) และเรื่องสั้น (Short Story) ขณะที่คำว่า fictional สามารถใช้กับตัวละคร เหตุการณ์ หรือโลกสมมติในภาพยนตร์ ซีรีส์ การ์ตูน และสื่อเล่าเรื่องอื่น ๆ ได้เช่นกัน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge) และ Merriam-Webster ต่างให้น้ำหนักกับความหมายของ Fiction ในฐานะเรื่องหรืองานที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ ไม่ใช่การรายงานข้อเท็จจริงโดยตรง

    แต่ Fiction ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างในเรื่องต้องไม่เคยเกิดขึ้นจริง และไม่ได้มีความหมายเดียวกับคำว่า “โกหก”

    Fiction แปลว่าอะไร?

    นบริบทของวรรณกรรมและการเล่าเรื่อง คำที่ช่วยให้เข้าใจ Fiction ได้ตรงกว่าการแปลว่า “นิยาย” เพียงคำเดียวคือ
    เรื่องแต่ง เรื่องสมมติ หรือ บันเทิงคดี

    เหตุผลคือคำว่า Fiction กว้างกว่า Novel

    Novel เป็นงานรูปแบบหนึ่งภายในโลกของ Fiction ส่วน Fiction สามารถอยู่ในรูปของเรื่องสั้น Novella หรือ Novel ได้

    ดังนั้น

    Fiction ≠ Novel เสมอไป

    เช่น คนที่พูดว่า

    I write fiction.

    กำลังบอกกว้าง ๆ ว่าเขาเขียนงานเรื่องแต่ง แต่

    I write novels.

    ระบุชัดขึ้นว่าเขาเขียน นวนิยาย

    นอกจากนี้ ในภาษาอังกฤษทั่วไป fiction ยังสามารถหมายถึงสิ่งหรือเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นและไม่ใช่ข้อเท็จจริงได้ด้วย จึงต้องดูบริบทว่าเรากำลังพูดถึง งานเรื่องแต่ง หรือใช้คำนี้ในความหมายทั่วไป

    Fiction ไม่ได้แปลว่าเรื่องทั้งหมดต้องไม่เคยเกิดขึ้นจริง

    ลองนึกถึงนิยายเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540

    • สถานที่อาจมีอยู่จริง
    • เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อาจเกิดขึ้นจริง
    • บรรยากาศทางสังคมอาจอ้างอิงข้อมูลจริง

    แต่ผู้เขียนสร้างครอบครัวหนึ่งขึ้นมา และใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัวนั้นเป็นศูนย์กลางของเรื่อง

    งานดังกล่าวก็ยังเป็น Fiction ได้

    ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เขียนอาจสร้างดาวเคราะห์ที่ไม่เคยมีอยู่จริง เทคโนโลยีที่ยังไม่มี และสงครามที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ใช้สิ่งเหล่านั้นพูดถึงความกลัว ความโดดเดี่ยว ครอบครัว หรือการสูญเสียที่มนุษย์รู้จักดี

    ดังนั้นความเป็น Fiction ไม่ได้วัดว่า

    “เรื่องนี้มีของจริงอยู่กี่เปอร์เซ็นต์?”

    สิ่งสำคัญกว่าคือ สถานะของสิ่งที่กำลังเล่า

    งาน Fiction เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างประดิษฐ์ตัวละคร เหตุการณ์ บทสนทนา หรือสถานการณ์ขึ้นมา โดยไม่ได้เสนอว่าทุกสิ่งเหล่านั้นเป็นบันทึกข้อเท็จจริง

    Fiction ไม่เหมือนกับการโกหกตรงไหน?

    ทั้ง Fiction และคำโกหกอาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่บริบทต่างกันอย่างสำคัญ เมื่อเราเปิดนวนิยาย เรารู้อยู่แล้วว่าผู้เขียนกำลังชวนเราเข้าไปในเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น

    • ตัวละครอาจไม่มีอยู่จริง
    • เมืองอาจถูกสมมติขึ้น
    • บทสนทนาอาจไม่เคยเกิดขึ้น

    แต่เรื่องไม่ได้พยายามหลอกเราว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นรายงานเหตุการณ์จริง Fiction จึงสามารถสร้างสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น เพื่อพูดถึงสิ่งที่มนุษย์รู้สึก พบเจอ หรือจินตนาการถึงได้

    นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คำว่า “เรื่องแต่ง” เหมาะกับบริบทนี้มากกว่าเข้าใจ Fiction เพียงว่า “เรื่องไม่จริง”

    Fiction ต่างจาก Nonfiction อย่างไร?

    ถ้าแบ่งในระดับพื้นฐานที่สุด
    Fiction เปิดให้ผู้สร้างประดิษฐ์เรื่องขึ้น
    ส่วน Nonfiction กล่าวถึงบุคคล เหตุการณ์ แนวคิด หรือโลกจริงโดยมีพันธะต่อข้อเท็จจริงที่กำลังนำเสนอ

    FictionNonfiction
    ตัวละครสามารถสร้างขึ้นได้อ้างถึงบุคคลจริงเมื่อเสนอว่าเป็นบุคคลจริง
    เหตุการณ์สามารถแต่งหรือดัดแปลงได้มีพันธะต่อข้อเท็จจริงของเหตุการณ์
    โลกของเรื่องสร้างขึ้นทั้งหมดหรือผสมของจริงได้อ้างอิงโลกจริงเป็นหลัก
    การใช้ Storytellingใช้ได้ใช้ได้เช่นกัน
    สถานะของเนื้อหาไม่ได้อ้างว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริงมีการอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือความจริงบางอย่าง

    จุดที่มักทำให้สับสนคือ Nonfiction ก็เล่าเรื่องได้

    ชีวประวัติ สารคดี บันทึกความทรงจำ หรือบทความเชิงเล่าเรื่อง สามารถมีตัวละคร เหตุการณ์ ความขัดแย้ง การจัดจังหวะ และเทคนิค Narrative ได้

    ดังนั้นความต่างระหว่างสองคำนี้ไม่ใช่

    Fiction = มีเรื่องราว
    Nonfiction = มีแต่ข้อมูล

    แต่เกี่ยวข้องกับว่า งานนั้นมีความสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงอย่างไร

    ความแตกต่างนี้มีพื้นที่สีเทาอีกมาก โดยเฉพาะ memoir, docudrama และงานที่ดัดแปลงจากเหตุการณ์จริง จึงควรแยกไปอธิบายโดยละเอียดใน Fiction กับ Nonfiction ต่างกันอย่างไร?

    Sponsored Ads

    Fiction ต่างจาก Novel อย่างไร?

    นี่เป็นอีกคู่ที่สับสนกันบ่อย เพราะ Novel ส่วนใหญ่ที่เราพบเป็น Fiction

    แต่จริง ๆ แล้วสองคำนี้ตอบคนละคำถาม

    • Fiction บอกว่า เนื้อหามีสถานะเป็นเรื่องแต่ง
    • Novel บอกว่า งานนั้นอยู่ในรูปแบบนวนิยาย

    มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge) อธิบาย Novel ในความหมายวรรณกรรมว่าเป็นเรื่องขนาดยาวเกี่ยวกับตัวละครและเหตุการณ์สมมติ จึงมองความสัมพันธ์อย่างง่ายได้ว่า

    Fiction
    ↳ Flash Fiction
    ↳ Short Story
    ↳ Novella
    Novel

    หรือพูดอีกแบบ:

    Novel เป็นรูปแบบหนึ่งที่ Fiction สามารถอยู่ได้ แต่ Fiction ไม่ได้หมายถึง Novel อย่างเดียว

    ตัวอย่างเช่น เรื่องสั้นห้าหน้าอาจเป็น Fiction แต่เราไม่เรียกมันว่า Novel [อ่านต่อ: Fiction กับ Novel ต่างกันอย่างไร?]

    ความแตกต่างระหว่างสองคำนี้จึงควรดูทั้งเรื่อง ประเภทของเนื้อหา และ รูปแบบของงาน ไม่ใช่แปลคำหนึ่งแทนอีกคำหนึ่งโดยตรง

    Fiction ต่างจาก Fantasy อย่างไร?

    Fantasy เป็นประเภทหนึ่งของ Fiction แต่ Fiction ไม่จำเป็นต้องมีเวทมนตร์ โลกสมมติ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ

    เรื่องของพนักงานออฟฟิศสองคนที่พบกันบนรถไฟฟ้า หากผู้เขียนสร้างตัวละครและเหตุการณ์ขึ้นมา ก็เป็น Fiction ได้แล้ว แม้เรื่องนั้นจะไม่มี

    • มังกร
    • เวทมนตร์
    • เทพเจ้า
    • โลกคู่ขนาน
    • หรือพลังเหนือธรรมชาติเลย

    ส่วน Fantasy ใช้องค์ประกอบเหนือธรรมชาติ โลกสมมติ เวทมนตร์ หรือกฎของโลกที่แตกต่างจากความเป็นจริงเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง ดังนั้น

    Fantasy ⊂ Fiction

    แต่

    Fiction ≠ Fantasy

    แล้ว Science Fiction ล่ะ?

    Science Fiction หรือ Sci-Fi ก็เป็น Genre หนึ่งของ Fiction

    มันนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ หรือความเป็นไปได้เกี่ยวกับอนาคตมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่อง คำว่า Fiction ใน Science Fiction จึงไม่ได้หมายความว่า

    “วิทยาศาสตร์ทั้งหมดในเรื่องเป็นของปลอม”

    เรื่องหนึ่งอาจเริ่มจากหลักวิทยาศาสตร์จริง แล้วตั้งคำถามว่า

    ถ้าเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปอีกหนึ่งร้อยปีจะเกิดอะไรขึ้น?

    จากนั้นจึงสร้างตัวละคร เหตุการณ์ และสังคมสมมติขึ้นเพื่อสำรวจคำถามนั้น

    ในลักษณะเดียวกัน Historical Fiction สามารถใช้ยุคสมัยและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริงเป็นฉากหลัง แล้วสร้างตัวละครหรือเหตุการณ์บางส่วนขึ้นใหม่ได้

    เรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริงยังเป็น Fiction ได้ไหม?

    ได้

    คำว่า Based on a true story หรือ “สร้างจากเรื่องจริง” เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่างานนั้นเป็น Fiction หรือ Nonfiction อย่างเด็ดขาด

    การดัดแปลงเรื่องจริงอาจมีการ:

    • รวมตัวละครหลายคนเข้าด้วยกัน
    • สร้างบทสนทนาที่ไม่มีหลักฐานบันทึกไว้
    • ย้ายลำดับเหตุการณ์
    • สร้างฉากบางฉากขึ้น
    • หรือเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อการเล่าเรื่อง

    ดังนั้นการพิจารณาว่างานหนึ่งเป็น Fiction หรือ Nonfiction ต้องดูมากกว่าคำว่า “สร้างจากเรื่องจริง” ต้องดูว่า งานชิ้นนั้นกำลังเสนอความสัมพันธ์ของตัวเองกับข้อเท็จจริงอย่างไร

    Sponsored Ads

    Fiction มีรูปแบบอะไรบ้าง?

    ถ้าพูดถึงงานเขียน Fiction เรามักพบรูปแบบอย่าง:

    • Flash Fiction เรื่องแต่งขนาดสั้นมาก ใช้พื้นที่จำกัดในการสร้างตัวละคร เหตุการณ์ หรือความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
    • Short Story เรื่องสั้น มีพื้นที่สำหรับการพัฒนาสถานการณ์ ตัวละคร และความขัดแย้งมากขึ้น
    • Novella งานเรื่องเล่าที่ยาวกว่าเรื่องสั้น แต่โดยทั่วไปสั้นกว่านวนิยายเต็มรูปแบบ
    • Novel นวนิยาย เป็นงานเรื่องเล่าขนาดยาวที่มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับการพัฒนาตัวละคร เหตุการณ์ โลก และเส้นเรื่อง

    สิ่งเหล่านี้เป็น รูปแบบของงาน ไม่ใช่ Genre เพราะ Novel หนึ่งเล่มยังสามารถเป็น Romance, Mystery, Fantasy หรือ Science Fiction ได้อีก

    คำว่า Fiction มาจากไหน?

    คำว่า Fiction มีประวัติย้อนกลับไปถึงภาษาละติน Merriam-Webster ระบุว่าคำอังกฤษ fiction สืบผ่านภาษาฝรั่งเศสจาก Latin fictio ซึ่งสัมพันธ์กับ fingere ในความหมายเกี่ยวกับการปั้น การสร้าง หรือการขึ้นรูปบางสิ่ง

    รากศัพท์นี้ทำให้คำว่า Fiction น่าสนใจขึ้น เพราะมันไม่ได้ชี้เพียงไปยังสิ่งที่ “ไม่จริง” แต่ยังมีภาพของ

    การสร้างบางสิ่งขึ้นมา

    ซึ่งใกล้กับธรรมชาติของงาน Fiction ที่นำจินตนาการ ประสบการณ์ และความจริงบางส่วนมาประกอบขึ้นเป็นเรื่องใหม่

    Fiction เกี่ยวอะไรกับ Plot?

    เมื่อเรารู้แล้วว่า Fiction คือเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น คำถามถัดไปคือ

    แล้วสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านั้นกลายเป็น “เรื่อง” ได้อย่างไร?

    ตรงนี้ Plot เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง
    Fiction บอกสถานะของงานว่าเป็นเรื่องแต่ง
    ส่วน Plot สนใจว่า

    • เหตุการณ์ใดถูกเลือก
    • เหตุการณ์เหล่านั้นเชื่อมกันอย่างไร
    • สิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งเกิดขึ้นอย่างไร

    เช่น

    ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับจดหมายจากคนที่เสียชีวิตไปแล้ว

    นี่อาจเป็นสถานการณ์เริ่มต้นของ Fiction

    แต่ Plot เริ่มชัดขึ้นเมื่อเราถามต่อว่า

    • เธอเปิดจดหมายหรือไม่?
    • ในจดหมายมีอะไร?
    • มันทำให้เธอตัดสินใจอะไร?
    • การตัดสินใจนั้นนำไปสู่อะไร?

    ดังนั้น Fiction กับ Plot ไม่ใช่คำประเภทเดียวกัน
    Fiction บอกว่าเรากำลังอยู่ในพื้นที่ของเรื่องแต่ง
    Plot พาเราเข้าไปดูว่า เหตุการณ์ภายในเรื่องทำงานอย่างไร [อ่านต่อ: Plot คืออะไร?]

    Fiction กับ Narrative ต่างกันอย่างไร?

    อีกคำที่อยู่ใกล้กันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันคือ Narrative
    Fiction สนใจสถานะของเรื่องว่าเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น
    Narrative สนใจมากขึ้นว่า เหตุการณ์และข้อมูลถูกจัดและนำเสนอเป็นเรื่องอย่างไร

    เพราะ Narrative ไม่ได้มีเฉพาะใน Fiction

    • ชีวประวัติมี Narrative ได้
    • สารคดีมี Narrative ได้
    • ประวัติศาสตร์มี Narrative ได้
    • บันทึกชีวิตก็มี Narrative ได้

    ดังนั้นการเข้าใจว่า Fiction คืออะไรเป็นเพียงประตูแรก เมื่อผ่านประตูนี้ไปแล้ว คำถามที่น่าสนใจขึ้นคือ:

    ถ้าเรื่องหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากเหตุการณ์ชุดเดียวกัน ทำไมการเลือกว่าจะเล่าอะไร ก่อนหรือหลัง และผ่านสายตาของใคร จึงทำให้เรารู้สึกกับมันต่างกันได้?

    ตรงนั้น เรากำลังเริ่มเดินจาก Fiction ไปหา Narrative [อ่านต่อ: Narrative คืออะไร?] และ Storytelling [อ่านต่อ: Storytelling คืออะไร?]

    Sponsored Ads


    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note