Fiction กับ Nonfiction ต่างกันอย่างไร? เรื่องแต่งกับเรื่องจริงไม่ได้ต่างกันแค่ “จริงหรือไม่จริง”
by What
Fiction กับ Nonfiction ต่างกันหลัก ๆ ที่ความสัมพันธ์ของงานกับข้อเท็จจริง
Fiction เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างประดิษฐ์ตัวละคร เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือโลกของเรื่องขึ้นมาได้
ส่วน Nonfiction กล่าวถึงบุคคล เหตุการณ์ แนวคิด หรือโลกจริง และมีพันธะต่อข้อเท็จจริงที่งานกำลังนำเสนอ
Cambridge Dictionary อธิบาย Fiction ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละครและเหตุการณ์ที่สร้างขึ้น ขณะที่ Nonfiction เป็นงานเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงจริง ไม่ใช่เรื่องที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น
แต่ความแตกต่างไม่ได้หมายความว่า
Fiction = ทุกอย่างปลอม
Nonfiction = ไม่มีการเล่าเรื่อง
เพราะ Fiction สามารถใช้เหตุการณ์จริงเป็นวัตถุดิบได้ และ Nonfiction ก็สามารถใช้ Plot, Scene, Point of View, การจัดจังหวะ และเทคนิค Storytelling ได้เช่นกัน
Sponsored Ads
Fiction กับ Nonfiction ต่างกันอย่างไร ?
เราสามารถเปรียบเทียบ ฟิคชั่น (Fiction) กับ สารคดี (Nonfiction) ได้ง่ายๆ ดังนี้
| Fiction | Nonfiction | |
|---|---|---|
| จุดตั้งต้น | ผู้สร้างสามารถประดิษฐ์เรื่องขึ้น | กล่าวถึงบุคคล เหตุการณ์ หรือโลกจริง |
| ตัวละคร | สามารถสร้างขึ้นได้ | อ้างถึงบุคคลจริงเมื่อเสนอว่าเป็นบุคคลจริง |
| เหตุการณ์ | สามารถสร้างหรือเปลี่ยนได้ | มีพันธะต่อข้อเท็จจริง |
| โลก/สถานที่ | จริง สมมติ หรือผสมกันได้ | อ้างอิงโลกจริง |
| ใช้ Narrative ได้ไหม | ได้ | ได้ |
| ใช้ Storytelling ได้ไหม | ได้ | ได้ |
| ใช้ฉาก บทสนทนา หรือความตื่นเต้นได้ไหม | ได้ | ได้ แต่ต้องไม่ทำให้สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นถูกเสนอเป็นข้อเท็จจริง |
| คำถามสำคัญ | “ผู้สร้างกำลังสร้างอะไรขึ้น?” | “สิ่งที่งานกำลังบอกว่าเป็นจริง มีฐานจากอะไร?” |
ถ้าต้องการความหมายของ Fiction โดยละเอียด อ่านต่อได้ที่ Fiction คืออะไร?

Fiction คืออะไรในบริบทของการเปรียบเทียบนี้?
สำหรับบทความนี้ เราใช้คำว่า Fiction ในความหมายของ เรื่องแต่งหรือบันเทิงคดี
ผู้สร้างสามารถประดิษฐ์:
- ตัวละคร
- เหตุการณ์
- บทสนทนา
- สถานที่
- ความสัมพันธ์
- หรือแม้แต่โลกทั้งใบ
ขึ้นมาเพื่อสร้างเรื่องได้
Fiction จึงรวมงานอย่าง Novel และ Short Story และสามารถปรากฏใน Genre ต่าง ๆ ตั้งแต่ Romance, Mystery และ Fantasy ไปจนถึง Science Fiction
รายละเอียดของคำนี้มีมากกว่านั้น ดังนั้นหน้าปัจจุบันจะไม่อธิบาย Definition ซ้ำทั้งหมด แต่ให้หน้า Fiction คืออะไร? เป็น Foundation Page ของคำนี้โดยเฉพาะ
Nonfiction คืออะไร?
Nonfiction คือเนื้อหาที่กล่าวถึงข้อเท็จจริง บุคคล เหตุการณ์ ประสบการณ์ หรือโลกจริง แทนที่จะนำเสนอเหตุการณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นในฐานะเรื่องแต่ง
Merriam-Webster นิยาม Nonfiction อย่างกระชับว่าเป็นงานเขียนหรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและเหตุการณ์จริง
ตัวอย่างของ Nonfiction มีได้หลากหลาย เช่น
- ชีวประวัติ
- อัตชีวประวัติ
- Memoir
- ประวัติศาสตร์
- สารคดี
- วารสารศาสตร์
- บทความเชิงสารคดี
- งานท่องเที่ยว
- หนังสือวิทยาศาสตร์
- งานอธิบายความรู้
ดังนั้นการแปล Nonfiction ว่า “สารคดี” ช่วยให้เข้าใจได้ในหลายบริบท แต่ Nonfiction เป็นกรอบกว้าง และไม่ได้หมายถึงเฉพาะภาพยนตร์สารคดีหรือบทความสารคดีอย่างเดียว
ความต่างสำคัญไม่ใช่แค่ “จริง” กับ “ไม่จริง”
ลองใช้เหตุการณ์สมมติในการเปรียบเทียบ
สมมติว่าปีหนึ่งเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองแห่งหนึ่ง
นักเขียนคนแรกค้นข้อมูลจริง สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ และเขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
→ Nonfiction
นักเขียนคนที่สองใช้เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งเดียวกันเป็นฉากหลัง แต่สร้างครอบครัวหนึ่งขึ้นมา แล้วเล่าเรื่องพ่อกับลูกที่ติดอยู่คนละฝั่งของเมือง
→ Fiction
ทั้งสองงานสามารถมี:
- ความตื่นเต้น
- ความเศร้า
- ตัวละครที่น่าติดตาม
- จุดเปลี่ยน
- ฉากที่ทรงพลัง
- และ Narrative ที่ชัดเจน
ได้เหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือ ข้อตกลงที่งานมีกับผู้อ่าน
งานแรกกำลังบอกว่า
“คนและเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง และฉันกำลังพยายามนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรับผิดชอบ”
งานที่สองกำลังบอกว่า
“ฉันนำความจริงบางส่วนมาเป็นวัตถุดิบ แต่คนและเหตุการณ์ในเรื่องนี้สามารถถูกสร้างขึ้นได้”
นี่ทำให้เส้นแบ่ง Fiction / Nonfiction ชัดกว่าการถามเพียงว่า “ในงานมีเรื่องจริงอยู่หรือไม่”
Fiction ใช้ข้อมูลจริงได้ไหม?
ได้ และเป็นเรื่องปกติมาก
เรื่องแต่งสามารถใช้:
- สถานที่จริง
- บุคคลในประวัติศาสตร์
- เหตุการณ์จริง
- เทคโนโลยีจริง
- วิทยาศาสตร์จริง
- วัฒนธรรมจริง
- ประสบการณ์จริงของผู้เขียน
มาเป็นวัตถุดิบได้
Historical Fiction เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย
ผู้เขียนอาจตั้งเรื่องอยู่ในสงครามหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่สร้างตัวเอกและครอบครัวของเขาขึ้นมา
ส่วน Science Fiction อาจเริ่มจากทฤษฎีหรือเทคโนโลยีจริง ก่อนตั้งคำถามว่า
“ถ้าสิ่งนี้พัฒนาไปไกลกว่านี้จะเกิดอะไรขึ้น?”
ดังนั้น
มีข้อเท็จจริงอยู่ในเรื่อง ≠ กลายเป็น Nonfiction
สิ่งที่สำคัญคือ งานกำลังเสนอสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นนั้นต่อผู้อ่านในฐานะอะไร
Nonfiction ใช้ Storytelling ได้ไหม?
ได้
นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับ Nonfiction
การเขียน Nonfiction ไม่ได้บังคับให้ผู้เขียนนำข้อมูลมาเรียงเป็นรายการข้อเท็จจริง
งาน Nonfiction สามารถใช้:
- ฉาก (Scene)
- ตัวละคร
- การบรรยาย
- Point of View
- การจัดโครงสร้าง
- การเปิดเผยข้อมูลทีละส่วน
- จังหวะการเล่า
- ภาพพจน์
- ความขัดแย้ง
- และ Plot
เพื่อทำให้ข้อมูลหรือเหตุการณ์จริงน่าติดตามได้
หลักสูตร Creative Nonfiction ของ Foothill College ยกทั้ง scene-making, characterization, point of view, structure และ plot เป็นส่วนหนึ่งของ craft ของ Creative Nonfiction พร้อมกับให้ความสำคัญกับ truth, accuracy และความโปร่งใสเมื่อข้อมูลไม่สมบูรณ์
ดังนั้นสมการนี้จึงไม่ถูก:
Fiction = Storytelling
Nonfiction = Information
ที่ใกล้ความจริงกว่าคือ:
ทั้ง Fiction และ Nonfiction สามารถใช้ Storytelling ได้ แต่มีข้อผูกพันต่อข้อเท็จจริงต่างกัน
Sponsored Ads
แล้ว Nonfiction ต้องเป็นกลาง 100% ไหม?
ไม่จำเป็น
การมีพันธะต่อข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนไม่มีมุมมอง
เมื่อคนหนึ่งเขียนถึงเหตุการณ์จริง เขายังต้องเลือกอยู่ดีว่า:
- จะเริ่มตรงไหน
- จะจบตรงไหน
- เหตุการณ์ใดสำคัญ
- ใครจะถูกสัมภาษณ์
- ข้อมูลอะไรจะถูกนำมาก่อน
- รายละเอียดไหนจะถูกเน้น
- และเหตุการณ์นั้นหมายความว่าอย่างไร
งาน Narrative Nonfiction จึงอาจมี มุมมอง และ การตีความ ได้
แต่มุมมองไม่เหมือนกับการสร้างข้อเท็จจริงขึ้นมา
มหาวิทยาลัย Pennsylvania อธิบายการเขียน Narrative Nonfiction ว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ขึ้นใหม่ผ่านทั้งข้อเท็จจริง การรับรู้ และ literary technique โดยยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง
กล่าวอีกแบบหนึ่ง:
ผู้เขียน Nonfiction สามารถเลือกว่าจะมองความจริงจากมุมไหน
แต่ไม่ควรเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ได้เกิด ให้กลายเป็นสิ่งที่อ้างว่าเกิดขึ้นจริงโดยไม่บอกผู้อ่าน
Memoir เป็น Nonfiction ทั้งที่ความทรงจำอาจผิดได้อย่างไร?
นี่คือจุดที่คำว่า “Nonfiction = ความจริงตั้งแต่ตัวอักษรแรกถึงตัวอักษรสุดท้าย” เริ่มใช้ไม่ได้
มนุษย์จำเหตุการณ์ในอดีตได้ไม่สมบูรณ์
คนสองคนสามารถอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน แต่จำรายละเอียดแตกต่างกันได้
Memoir จึงไม่ใช่กล้องวงจรปิดของอดีต
แต่สถานะของมันยังเป็น Nonfiction เพราะผู้เขียนกำลังเล่า ประสบการณ์ที่เขาเข้าใจว่าเกิดขึ้นจริง และมีข้อตกลงกับผู้อ่านว่าจะไม่ประดิษฐ์เหตุการณ์สำคัญขึ้นแล้วเสนอว่าเกิดจริง
ตำรา Creative Nonfiction ของ Open Educational Network อธิบายแนวคิดนี้ผ่าน “สัญญา” ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่าน พร้อมชี้ว่าความทรงจำอาจคลาดเคลื่อนได้ และความไม่แน่นอนควรถูกยอมรับอย่างโปร่งใส
ดังนั้น:
ความจำไม่สมบูรณ์ ≠ Fiction
แต่
จงใจสร้างเหตุการณ์ขึ้น แล้วบอกผู้อ่านว่าเป็นความจริง
เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ถ้า Nonfiction มีข้อมูลผิด จะกลายเป็น Fiction ไหม?
ไม่โดยอัตโนมัติ
หนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนปีผิดหนึ่งปีไม่ได้เปลี่ยน Genre ทันทีเป็น Fiction
บทความข่าวที่รายงานข้อเท็จจริงผิดก็ไม่ได้กลายเป็นนวนิยาย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานมีปัญหา
ดังนั้นการแบ่ง Fiction กับ Nonfiction ไม่ควรทำโดยสูตรว่า:
ข้อมูลถูก 100% = Nonfiction
มีข้อผิดพลาดหนึ่งจุด = Fiction
คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ:
งานนี้กำลังอ้างว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และผู้สร้างปฏิบัติต่อข้ออ้างนั้นอย่างรับผิดชอบแค่ไหน?
“Based on a True Story” เป็น Fiction หรือ Nonfiction?
เป็นได้ทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับงาน
หนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงอาจเป็น Nonfiction
แต่ภาพยนตร์ที่ “สร้างจากเรื่องจริง” อาจดัดแปลงเหตุการณ์ รวมตัวละครหลายคนเข้าด้วยกัน สร้างบทสนทนา หรือเปลี่ยนลำดับเพื่อการเล่าเรื่อง
งานประเภทหลังจึงสามารถเป็น Fictionalized Adaptation หรือ Historical Drama ได้ แม้จะมีเหตุการณ์จริงเป็นต้นทาง
คำว่า:
Based on a True Story
จึงไม่ได้เป็นป้ายประเภทของงานโดยตัวมันเอง
มันบอกเพียงว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องจริงบางอย่าง

Historical Fiction ต่างจาก History อย่างไร?
ลองใช้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เดียวกัน
History / Historical Nonfiction
ผู้เขียนค้นหลักฐานเพื่ออธิบายว่า:
- ใครทำอะไร
- เมื่อไร
- เพราะอะไร
- มีหลักฐานอะไร
- และนักประวัติศาสตร์ตีความเหตุการณ์นั้นอย่างไร
Historical Fiction
ผู้เขียนอาจใช้ช่วงเวลา เหตุการณ์ หรือบุคคลจริง แต่สร้างตัวละคร บทสนทนา และเหตุการณ์บางส่วนขึ้นเพื่อสร้างเรื่อง
ดังนั้น History กับ Historical Fiction สามารถพูดถึงสงครามเดียวกัน เมืองเดียวกัน และบุคคลจริงคนเดียวกันได้
แต่มี พันธะต่อข้อเท็จจริงคนละแบบ
Creative Nonfiction คืออะไร?
ชื่อคำนี้ดูเหมือนขัดกันเอง
Creative + Nonfiction
แต่จริง ๆ แล้วช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่าง เนื้อหา กับ วิธีการเล่า
Creative Nonfiction ใช้เทคนิคทางวรรณกรรมและ Storytelling กับสิ่งที่มีฐานจากประสบการณ์ เหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริงจริง
งานในกลุ่มนี้อาจรวมถึง:
- Memoir
- Personal Essay
- Literary Journalism
- Travel Writing
- Nature Writing
- Narrative History
แหล่งการเรียนการสอนด้าน Creative Nonfiction อธิบายงานประเภทนี้ว่าใช้ทั้งความทรงจำ ประสบการณ์ การสังเกต ความคิดเห็น และงานวิจัย พร้อมนำเทคนิคของงานวรรณกรรมมาใช้ในการนำเสนอ
ดังนั้นคำว่า Creative ไม่ได้อนุญาตให้เราแต่งข้อเท็จจริงโดยไม่จำกัด
มันหมายถึง ความสร้างสรรค์ในการเล่า

แล้ว Fiction สามารถพูด “ความจริง” ได้ไหม?
นี่เป็นคำถามอีกแบบที่ทำให้คำว่า “Fiction = ไม่จริง” เริ่มไม่พอ
ตัวละครในเรื่องอาจไม่มีตัวตนจริง
สงครามอาจไม่เคยเกิด
เมืองอาจไม่มีอยู่บนแผนที่
แต่สิ่งที่เรื่องพูดถึง เช่น
- ความสูญเสีย
- ความโดดเดี่ยว
- ความอิจฉา
- ความรัก
- การเติบโต
- ความกลัวความตาย
สามารถเป็นประสบการณ์ที่มนุษย์รู้จักจริงได้
ดังนั้น Fiction ไม่จำเป็นต้อง รายงานข้อเท็จจริง เพื่อพูดถึงสิ่งที่เรามองว่าเป็น ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์
ในขณะเดียวกัน Nonfiction ก็ไม่ได้กลายเป็น Fiction เพียงเพราะผู้เขียนใช้ Narrative เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงมีความหมาย
นี่เป็นเหตุผลที่การแยกสองคำนี้ด้วยคำว่า
จริง / ไม่จริง
อย่างเดียวจึงไม่พอ
Sponsored Ads
Fiction กับ Nonfiction ต่างกันตรงไหนกันแน่?
หากต้องเหลือคำถามเพียงข้อเดียว Mira แนะนำให้ถามว่า:
งานนี้ให้สิทธิ์ผู้สร้าง “ประดิษฐ์เหตุการณ์” ขึ้นแล้วนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องได้หรือไม่?
ใน Fiction:
ได้
นั่นคือส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างผู้สร้างกับผู้รับสาร
ใน Nonfiction
ผู้สร้างสามารถคัดเลือก จัดลำดับ ตีความ และใช้เทคนิคการเล่าเรื่องได้ แต่เมื่ออ้างถึงข้อเท็จจริง บุคคล หรือเหตุการณ์จริง ก็มีพันธะต่อความถูกต้องและความโปร่งใส
เส้นแบ่งนี้อาจมีพื้นที่สีเทา เช่น Memoir, Docudrama, Autofiction หรือ Creative Nonfiction
แต่การเห็น ข้อตกลงต่อข้อเท็จจริง ทำให้เราเข้าใจความแตกต่างได้ดีกว่าการจำว่า:
Fiction = เรื่องไม่จริง
Nonfiction = เรื่องจริง
เพียงสองบรรทัด
จาก Fiction / Nonfiction ไปสู่ Narrative
เมื่อแยกได้แล้วว่างานหนึ่งมีความสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงอย่างไร คำถามถัดไปก็เปลี่ยนไป
เพราะไม่ว่างานจะเป็น Fiction หรือ Nonfiction ผู้เล่ายังต้องตัดสินใจว่า:
- จะเริ่มเรื่องตรงไหน
- เหตุการณ์ใดควรถูกเล่าก่อน
- ข้อมูลใดควรถูกเก็บไว้
- ใครเป็นคนเล่า
- และคนอ่านควรรู้อะไรในแต่ละช่วง
ตรงนี้เราเริ่มไม่ได้ถามแล้วว่า
“เรื่องนี้จริงหรือแต่ง?”
แต่ถามว่า
“เรื่องนี้ถูกจัดและนำเสนอให้เรารับรู้แบบนี้ได้อย่างไร?”
และนั่นคือจุดที่เรากำลังเดินจาก Fiction / Nonfiction ไปสู่แนวคิดเรื่อง Narrative [อ่านต่อ: Narrative คืออะไร?]
- Cite: fiction (dictionary.cambridge.org)
- Cite: Nonfiction (dictionary.cambridge.org)
- Cite: Nonfiction (merriam-webster.com)
- Cite: INTRODUCTION TO CREATIVE NONFICTION (catalog.foothill.edu)
- Cite: Creative Nonfiction: The Reported Essay (english.upenn.edu)
- Cite: Truth and Memory, Truth in Memory (manifold.open.umn.edu)
0 Comments