You have no alerts.
    Header Background Image
    นิยายแปล แบ่งปัน สนุกขำขัน ได้ที่นี่ WhatANovel.com
    Chapter Index

    Fiction กับ Nonfiction ต่างกันหลัก ๆ ที่ความสัมพันธ์ของงานกับข้อเท็จจริง
    Fiction เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างประดิษฐ์ตัวละคร เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือโลกของเรื่องขึ้นมาได้
    ส่วน Nonfiction กล่าวถึงบุคคล เหตุการณ์ แนวคิด หรือโลกจริง และมีพันธะต่อข้อเท็จจริงที่งานกำลังนำเสนอ

    Cambridge Dictionary อธิบาย Fiction ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละครและเหตุการณ์ที่สร้างขึ้น ขณะที่ Nonfiction เป็นงานเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงจริง ไม่ใช่เรื่องที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น

    แต่ความแตกต่างไม่ได้หมายความว่า

    Fiction = ทุกอย่างปลอม
    Nonfiction = ไม่มีการเล่าเรื่อง

    เพราะ Fiction สามารถใช้เหตุการณ์จริงเป็นวัตถุดิบได้ และ Nonfiction ก็สามารถใช้ Plot, Scene, Point of View, การจัดจังหวะ และเทคนิค Storytelling ได้เช่นกัน

    Sponsored Ads

    Fiction กับ Nonfiction ต่างกันอย่างไร ?

    เราสามารถเปรียบเทียบ ฟิคชั่น (Fiction) กับ สารคดี (Nonfiction) ได้ง่ายๆ ดังนี้

    FictionNonfiction
    จุดตั้งต้นผู้สร้างสามารถประดิษฐ์เรื่องขึ้นกล่าวถึงบุคคล เหตุการณ์ หรือโลกจริง
    ตัวละครสามารถสร้างขึ้นได้อ้างถึงบุคคลจริงเมื่อเสนอว่าเป็นบุคคลจริง
    เหตุการณ์สามารถสร้างหรือเปลี่ยนได้มีพันธะต่อข้อเท็จจริง
    โลก/สถานที่จริง สมมติ หรือผสมกันได้อ้างอิงโลกจริง
    ใช้ Narrative ได้ไหมได้ได้
    ใช้ Storytelling ได้ไหมได้ได้
    ใช้ฉาก บทสนทนา หรือความตื่นเต้นได้ไหมได้ได้ แต่ต้องไม่ทำให้สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นถูกเสนอเป็นข้อเท็จจริง
    คำถามสำคัญ“ผู้สร้างกำลังสร้างอะไรขึ้น?”“สิ่งที่งานกำลังบอกว่าเป็นจริง มีฐานจากอะไร?”

    ถ้าต้องการความหมายของ Fiction โดยละเอียด อ่านต่อได้ที่ Fiction คืออะไร?

    Fiction คืออะไรในบริบทของการเปรียบเทียบนี้?

    สำหรับบทความนี้ เราใช้คำว่า Fiction ในความหมายของ เรื่องแต่งหรือบันเทิงคดี
    ผู้สร้างสามารถประดิษฐ์:

    • ตัวละคร
    • เหตุการณ์
    • บทสนทนา
    • สถานที่
    • ความสัมพันธ์
    • หรือแม้แต่โลกทั้งใบ

    ขึ้นมาเพื่อสร้างเรื่องได้

    Fiction จึงรวมงานอย่าง Novel และ Short Story และสามารถปรากฏใน Genre ต่าง ๆ ตั้งแต่ Romance, Mystery และ Fantasy ไปจนถึง Science Fiction

    รายละเอียดของคำนี้มีมากกว่านั้น ดังนั้นหน้าปัจจุบันจะไม่อธิบาย Definition ซ้ำทั้งหมด แต่ให้หน้า Fiction คืออะไร? เป็น Foundation Page ของคำนี้โดยเฉพาะ

    Nonfiction คืออะไร?

    Nonfiction คือเนื้อหาที่กล่าวถึงข้อเท็จจริง บุคคล เหตุการณ์ ประสบการณ์ หรือโลกจริง แทนที่จะนำเสนอเหตุการณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นในฐานะเรื่องแต่ง

    Merriam-Webster นิยาม Nonfiction อย่างกระชับว่าเป็นงานเขียนหรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและเหตุการณ์จริง
    ตัวอย่างของ Nonfiction มีได้หลากหลาย เช่น

    • ชีวประวัติ
    • อัตชีวประวัติ
    • Memoir
    • ประวัติศาสตร์
    • สารคดี
    • วารสารศาสตร์
    • บทความเชิงสารคดี
    • งานท่องเที่ยว
    • หนังสือวิทยาศาสตร์
    • งานอธิบายความรู้

    ดังนั้นการแปล Nonfiction ว่า “สารคดี” ช่วยให้เข้าใจได้ในหลายบริบท แต่ Nonfiction เป็นกรอบกว้าง และไม่ได้หมายถึงเฉพาะภาพยนตร์สารคดีหรือบทความสารคดีอย่างเดียว

    ความต่างสำคัญไม่ใช่แค่ “จริง” กับ “ไม่จริง”

    ลองใช้เหตุการณ์สมมติในการเปรียบเทียบ
    สมมติว่าปีหนึ่งเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองแห่งหนึ่ง
    นักเขียนคนแรกค้นข้อมูลจริง สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ และเขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

    Nonfiction

    นักเขียนคนที่สองใช้เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งเดียวกันเป็นฉากหลัง แต่สร้างครอบครัวหนึ่งขึ้นมา แล้วเล่าเรื่องพ่อกับลูกที่ติดอยู่คนละฝั่งของเมือง

    Fiction

    ทั้งสองงานสามารถมี:

    • ความตื่นเต้น
    • ความเศร้า
    • ตัวละครที่น่าติดตาม
    • จุดเปลี่ยน
    • ฉากที่ทรงพลัง
    • และ Narrative ที่ชัดเจน

    ได้เหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือ ข้อตกลงที่งานมีกับผู้อ่าน

    งานแรกกำลังบอกว่า

    “คนและเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง และฉันกำลังพยายามนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรับผิดชอบ”

    งานที่สองกำลังบอกว่า

    “ฉันนำความจริงบางส่วนมาเป็นวัตถุดิบ แต่คนและเหตุการณ์ในเรื่องนี้สามารถถูกสร้างขึ้นได้”

    นี่ทำให้เส้นแบ่ง Fiction / Nonfiction ชัดกว่าการถามเพียงว่า “ในงานมีเรื่องจริงอยู่หรือไม่”

    Fiction ใช้ข้อมูลจริงได้ไหม?

    ได้ และเป็นเรื่องปกติมาก

    เรื่องแต่งสามารถใช้:

    • สถานที่จริง
    • บุคคลในประวัติศาสตร์
    • เหตุการณ์จริง
    • เทคโนโลยีจริง
    • วิทยาศาสตร์จริง
    • วัฒนธรรมจริง
    • ประสบการณ์จริงของผู้เขียน

    มาเป็นวัตถุดิบได้

    Historical Fiction เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย
    ผู้เขียนอาจตั้งเรื่องอยู่ในสงครามหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่สร้างตัวเอกและครอบครัวของเขาขึ้นมา
    ส่วน Science Fiction อาจเริ่มจากทฤษฎีหรือเทคโนโลยีจริง ก่อนตั้งคำถามว่า

    “ถ้าสิ่งนี้พัฒนาไปไกลกว่านี้จะเกิดอะไรขึ้น?”

    ดังนั้น

    มีข้อเท็จจริงอยู่ในเรื่อง ≠ กลายเป็น Nonfiction

    สิ่งที่สำคัญคือ งานกำลังเสนอสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นนั้นต่อผู้อ่านในฐานะอะไร

    Nonfiction ใช้ Storytelling ได้ไหม?

    ได้

    นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับ Nonfiction
    การเขียน Nonfiction ไม่ได้บังคับให้ผู้เขียนนำข้อมูลมาเรียงเป็นรายการข้อเท็จจริง
    งาน Nonfiction สามารถใช้:

    • ฉาก (Scene)
    • ตัวละคร
    • การบรรยาย
    • Point of View
    • การจัดโครงสร้าง
    • การเปิดเผยข้อมูลทีละส่วน
    • จังหวะการเล่า
    • ภาพพจน์
    • ความขัดแย้ง
    • และ Plot

    เพื่อทำให้ข้อมูลหรือเหตุการณ์จริงน่าติดตามได้

    หลักสูตร Creative Nonfiction ของ Foothill College ยกทั้ง scene-making, characterization, point of view, structure และ plot เป็นส่วนหนึ่งของ craft ของ Creative Nonfiction พร้อมกับให้ความสำคัญกับ truth, accuracy และความโปร่งใสเมื่อข้อมูลไม่สมบูรณ์

    ดังนั้นสมการนี้จึงไม่ถูก:

    Fiction = Storytelling
    Nonfiction = Information

    ที่ใกล้ความจริงกว่าคือ:

    ทั้ง Fiction และ Nonfiction สามารถใช้ Storytelling ได้ แต่มีข้อผูกพันต่อข้อเท็จจริงต่างกัน

    Sponsored Ads

    แล้ว Nonfiction ต้องเป็นกลาง 100% ไหม?

    ไม่จำเป็น

    การมีพันธะต่อข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนไม่มีมุมมอง
    เมื่อคนหนึ่งเขียนถึงเหตุการณ์จริง เขายังต้องเลือกอยู่ดีว่า:

    • จะเริ่มตรงไหน
    • จะจบตรงไหน
    • เหตุการณ์ใดสำคัญ
    • ใครจะถูกสัมภาษณ์
    • ข้อมูลอะไรจะถูกนำมาก่อน
    • รายละเอียดไหนจะถูกเน้น
    • และเหตุการณ์นั้นหมายความว่าอย่างไร

    งาน Narrative Nonfiction จึงอาจมี มุมมอง และ การตีความ ได้
    แต่มุมมองไม่เหมือนกับการสร้างข้อเท็จจริงขึ้นมา

    มหาวิทยาลัย Pennsylvania อธิบายการเขียน Narrative Nonfiction ว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ขึ้นใหม่ผ่านทั้งข้อเท็จจริง การรับรู้ และ literary technique โดยยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง

    กล่าวอีกแบบหนึ่ง:

    ผู้เขียน Nonfiction สามารถเลือกว่าจะมองความจริงจากมุมไหน
    แต่ไม่ควรเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ได้เกิด ให้กลายเป็นสิ่งที่อ้างว่าเกิดขึ้นจริงโดยไม่บอกผู้อ่าน

    Memoir เป็น Nonfiction ทั้งที่ความทรงจำอาจผิดได้อย่างไร?

    นี่คือจุดที่คำว่า “Nonfiction = ความจริงตั้งแต่ตัวอักษรแรกถึงตัวอักษรสุดท้าย” เริ่มใช้ไม่ได้

    มนุษย์จำเหตุการณ์ในอดีตได้ไม่สมบูรณ์

    คนสองคนสามารถอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน แต่จำรายละเอียดแตกต่างกันได้

    Memoir จึงไม่ใช่กล้องวงจรปิดของอดีต

    แต่สถานะของมันยังเป็น Nonfiction เพราะผู้เขียนกำลังเล่า ประสบการณ์ที่เขาเข้าใจว่าเกิดขึ้นจริง และมีข้อตกลงกับผู้อ่านว่าจะไม่ประดิษฐ์เหตุการณ์สำคัญขึ้นแล้วเสนอว่าเกิดจริง

    ตำรา Creative Nonfiction ของ Open Educational Network อธิบายแนวคิดนี้ผ่าน “สัญญา” ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่าน พร้อมชี้ว่าความทรงจำอาจคลาดเคลื่อนได้ และความไม่แน่นอนควรถูกยอมรับอย่างโปร่งใส

    ดังนั้น:

    ความจำไม่สมบูรณ์ ≠ Fiction

    แต่

    จงใจสร้างเหตุการณ์ขึ้น แล้วบอกผู้อ่านว่าเป็นความจริง

    เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    ถ้า Nonfiction มีข้อมูลผิด จะกลายเป็น Fiction ไหม?

    ไม่โดยอัตโนมัติ

    หนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนปีผิดหนึ่งปีไม่ได้เปลี่ยน Genre ทันทีเป็น Fiction

    บทความข่าวที่รายงานข้อเท็จจริงผิดก็ไม่ได้กลายเป็นนวนิยาย

    สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานมีปัญหา

    ดังนั้นการแบ่ง Fiction กับ Nonfiction ไม่ควรทำโดยสูตรว่า:

    ข้อมูลถูก 100% = Nonfiction
    มีข้อผิดพลาดหนึ่งจุด = Fiction

    คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ:

    งานนี้กำลังอ้างว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และผู้สร้างปฏิบัติต่อข้ออ้างนั้นอย่างรับผิดชอบแค่ไหน?

    “Based on a True Story” เป็น Fiction หรือ Nonfiction?

    เป็นได้ทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับงาน

    หนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงอาจเป็น Nonfiction
    แต่ภาพยนตร์ที่ “สร้างจากเรื่องจริง” อาจดัดแปลงเหตุการณ์ รวมตัวละครหลายคนเข้าด้วยกัน สร้างบทสนทนา หรือเปลี่ยนลำดับเพื่อการเล่าเรื่อง

    งานประเภทหลังจึงสามารถเป็น Fictionalized Adaptation หรือ Historical Drama ได้ แม้จะมีเหตุการณ์จริงเป็นต้นทาง
    คำว่า:

    Based on a True Story

    จึงไม่ได้เป็นป้ายประเภทของงานโดยตัวมันเอง
    มันบอกเพียงว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องจริงบางอย่าง

    Historical Fiction ต่างจาก History อย่างไร?

    ลองใช้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เดียวกัน

    History / Historical Nonfiction

    ผู้เขียนค้นหลักฐานเพื่ออธิบายว่า:

    • ใครทำอะไร
    • เมื่อไร
    • เพราะอะไร
    • มีหลักฐานอะไร
    • และนักประวัติศาสตร์ตีความเหตุการณ์นั้นอย่างไร
    Historical Fiction

    ผู้เขียนอาจใช้ช่วงเวลา เหตุการณ์ หรือบุคคลจริง แต่สร้างตัวละคร บทสนทนา และเหตุการณ์บางส่วนขึ้นเพื่อสร้างเรื่อง
    ดังนั้น History กับ Historical Fiction สามารถพูดถึงสงครามเดียวกัน เมืองเดียวกัน และบุคคลจริงคนเดียวกันได้

    แต่มี พันธะต่อข้อเท็จจริงคนละแบบ

    Creative Nonfiction คืออะไร?

    ชื่อคำนี้ดูเหมือนขัดกันเอง

    Creative + Nonfiction

    แต่จริง ๆ แล้วช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่าง เนื้อหา กับ วิธีการเล่า
    Creative Nonfiction ใช้เทคนิคทางวรรณกรรมและ Storytelling กับสิ่งที่มีฐานจากประสบการณ์ เหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริงจริง
    งานในกลุ่มนี้อาจรวมถึง:

    • Memoir
    • Personal Essay
    • Literary Journalism
    • Travel Writing
    • Nature Writing
    • Narrative History

    แหล่งการเรียนการสอนด้าน Creative Nonfiction อธิบายงานประเภทนี้ว่าใช้ทั้งความทรงจำ ประสบการณ์ การสังเกต ความคิดเห็น และงานวิจัย พร้อมนำเทคนิคของงานวรรณกรรมมาใช้ในการนำเสนอ

    ดังนั้นคำว่า Creative ไม่ได้อนุญาตให้เราแต่งข้อเท็จจริงโดยไม่จำกัด

    มันหมายถึง ความสร้างสรรค์ในการเล่า

    แล้ว Fiction สามารถพูด “ความจริง” ได้ไหม?

    นี่เป็นคำถามอีกแบบที่ทำให้คำว่า “Fiction = ไม่จริง” เริ่มไม่พอ
    ตัวละครในเรื่องอาจไม่มีตัวตนจริง
    สงครามอาจไม่เคยเกิด
    เมืองอาจไม่มีอยู่บนแผนที่
    แต่สิ่งที่เรื่องพูดถึง เช่น

    • ความสูญเสีย
    • ความโดดเดี่ยว
    • ความอิจฉา
    • ความรัก
    • การเติบโต
    • ความกลัวความตาย

    สามารถเป็นประสบการณ์ที่มนุษย์รู้จักจริงได้

    ดังนั้น Fiction ไม่จำเป็นต้อง รายงานข้อเท็จจริง เพื่อพูดถึงสิ่งที่เรามองว่าเป็น ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์
    ในขณะเดียวกัน Nonfiction ก็ไม่ได้กลายเป็น Fiction เพียงเพราะผู้เขียนใช้ Narrative เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงมีความหมาย
    นี่เป็นเหตุผลที่การแยกสองคำนี้ด้วยคำว่า

    จริง / ไม่จริง

    อย่างเดียวจึงไม่พอ

    Sponsored Ads

    Fiction กับ Nonfiction ต่างกันตรงไหนกันแน่?

    หากต้องเหลือคำถามเพียงข้อเดียว Mira แนะนำให้ถามว่า:

    งานนี้ให้สิทธิ์ผู้สร้าง “ประดิษฐ์เหตุการณ์” ขึ้นแล้วนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องได้หรือไม่?

    ใน Fiction:

    ได้

    นั่นคือส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างผู้สร้างกับผู้รับสาร
    ใน Nonfiction

    ผู้สร้างสามารถคัดเลือก จัดลำดับ ตีความ และใช้เทคนิคการเล่าเรื่องได้ แต่เมื่ออ้างถึงข้อเท็จจริง บุคคล หรือเหตุการณ์จริง ก็มีพันธะต่อความถูกต้องและความโปร่งใส

    เส้นแบ่งนี้อาจมีพื้นที่สีเทา เช่น Memoir, Docudrama, Autofiction หรือ Creative Nonfiction
    แต่การเห็น ข้อตกลงต่อข้อเท็จจริง ทำให้เราเข้าใจความแตกต่างได้ดีกว่าการจำว่า:

    Fiction = เรื่องไม่จริง
    Nonfiction = เรื่องจริง

    เพียงสองบรรทัด

    จาก Fiction / Nonfiction ไปสู่ Narrative

    เมื่อแยกได้แล้วว่างานหนึ่งมีความสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงอย่างไร คำถามถัดไปก็เปลี่ยนไป
    เพราะไม่ว่างานจะเป็น Fiction หรือ Nonfiction ผู้เล่ายังต้องตัดสินใจว่า:

    • จะเริ่มเรื่องตรงไหน
    • เหตุการณ์ใดควรถูกเล่าก่อน
    • ข้อมูลใดควรถูกเก็บไว้
    • ใครเป็นคนเล่า
    • และคนอ่านควรรู้อะไรในแต่ละช่วง

    ตรงนี้เราเริ่มไม่ได้ถามแล้วว่า

    “เรื่องนี้จริงหรือแต่ง?”

    แต่ถามว่า

    “เรื่องนี้ถูกจัดและนำเสนอให้เรารับรู้แบบนี้ได้อย่างไร?”

    และนั่นคือจุดที่เรากำลังเดินจาก Fiction / Nonfiction ไปสู่แนวคิดเรื่อง Narrative [อ่านต่อ: Narrative คืออะไร?]


    0 Comments

    Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.

    Note